รายงานจากสื่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการออกโรงเตือน แม้จะหิวจน ตาลาย ก็ไม่ควรเลือกอาหาร 5 ชนิดต่อไปนี้เป็นมื้อเช้า เพราะอาจเท่ากับการเพิ่มภาระให้ตับอ่อนอย่างรุนแรง และในระยะยาวอาจเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคร้ายอย่างมะเร็งตับอ่อน
หลังผ่านการอดอาหารยาวนานตลอดคืน ร่างกายจะอยู่ในภาวะพลังงานต่ำ ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ขณะที่ตับอ่อนเพิ่งผ่านช่วง ทำงานกลางคืน ที่ค่อนข้างสงบ ดังนั้น มื้อเช้าจึงเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะนี้อ่อนไหวเป็นพิเศษ หากเลือกอาหารไม่เหมาะสม อาจกระตุ้นให้ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินและเอนไซม์ย่อยอาหารอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสมต่ออวัยวะที่บอบบางนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การกระตุ้นระดับน้ำตาลและไขมันอย่างรุนแรงซ้ำ ๆ ในทุกเช้า ไม่เพียงเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับภาวะตับอ่อนอักเสบ และมะเร็งตับอ่อนอีกด้วย
แนะนำควรหลีกเลี่ยงอาหาร 5 ชนิดต่อไปนี้ในมื้อเช้า
1. เนื้อแปรรูป ไส้กรอก แฮม หรือเนื้อแปรรูปต่าง ๆ มักถูกนำมารับประทานคู่กับขนมปังเพราะสะดวก แต่กลุ่มอาหารเหล่านี้มีสารไนไตรต์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นสารที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเมื่อสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน อีกทั้งยังมีเกลือและไขมันสูง ทำให้ตับอ่อนต้องทำงานหนักตั้งแต่เช้า คำแนะนำคือ ควรจำกัดการรับประทานไม่เกิน 1–2 มื้อต่อสัปดาห์ และไม่เกิน 50 กรัมต่อครั้ง สำหรับมื้อเช้า ควรเลือกไข่ต้ม ปลา หรือเนื้อไก่ จะช่วยให้อิ่มนานและลดภาระการเผาผลาญของร่างกาย โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงเนื้อแดงหรือเนื้อที่มีไขมันสูง
2. ขนมปังขาว แม้ขนมปังจะเป็นเมนูยอดนิยมในมื้อเช้า แต่ขนมปังจากแป้งขัดขาวมีค่าดัชนีน้ำตาลสูง เมื่อรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ หากเกิดซ้ำบ่อยครั้ง อาจนำไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพเมตาบอลิซึม วิธีรับประทานที่เหมาะสมคือ จำกัดเพียงประมาณ 1 แผ่น และรับประทานร่วมกับโปรตีน เช่น ไข่ หรือโยเกิร์ตไม่หวาน ทางเลือกที่ดีกว่าคือขนมปังโฮลวีต เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่
3. ซีเรียลสำเร็จรูปที่มีน้ำตาลสูง ซีเรียลสำเร็จรูปอาจดูสะดวกและรวดเร็ว แต่หลายชนิดผ่านการแปรรูปและเติมน้ำตาลจำนวนมาก เมื่อกินในตอนเช้า จะทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นเร็วและตกลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตับอ่อนต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทำให้หิวเร็วและกินจุกจิกในช่วงสาย คำแนะนำคือ เลือกข้าวโอ๊ตแบบไม่ปรุงแต่งประมาณ 40–50 กรัม ต้มกับนมรสจืด แล้วเพิ่มถั่วหรือไข่ จะช่วยให้อิ่มนาน
4. อาหารทอด โดนัท มันฝรั่งทอด หรือไก่ทอด อาจดูน่ากินยามหิว แต่ปริมาณไขมันสูงทำให้ตับอ่อนต้องหลั่งเอนไซม์จำนวนมากเพื่อย่อยอาหาร การทำงานหนักซ้ำ ๆ เพิ่มความเสี่ยงตับอ่อนอักเสบและการสะสมไขมันในช่องท้อง องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังเตือนว่า การบริโภคอาหารทอดเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งตับอ่อน ควรจำกัดอาหารทอดไม่เกินสัปดาห์ละครั้ง และเลือกมื้อเช้าที่สมดุล มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน โปรตีน และไขมันดีในปริมาณพอเหมาะ แทนอาหารที่ผ่านการทอดด้วยความร้อนสูง
5. น้ำผลไม้บรรจุกล่อง น้ำผลไม้กล่องหรือขนมหวานอาจดูเบาและย่อยง่าย แต่แท้จริงแล้วมีน้ำตาลในปริมาณสูง เมื่อรับประทานขณะท้องว่าง น้ำตาลจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว ทำให้อินซูลินพุ่งสูงและสร้างแรงกดดันโดยตรงต่อตับอ่อน หากต้องการกินผลไม้ ควรเลือกผลไม้สดประมาณ 100–150 กรัม รับประทานพร้อมมื้อเช้าแทนการดื่มน้ำผลไม้ และควรเลือกชนิดหวานน้อย เช่น แอปเปิล หรือส้มโอ ทั้งนี้ มะเร็งตับอ่อนได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชาแห่งมะเร็ง เนื่องจากมักตรวจพบในระยะท้าย มีอัตราการเสียชีวิตสูง และระยะเวลาตั้งแต่ตรวจพบจนถึงเสียชีวิตอาจกินเวลาเพียงไม่กี่เดือน ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา การเลือกอาหารเช้าอย่างเหมาะสมจึงเป็นก้าวแรกสำคัญในการดูแลตับอ่อนและสุขภาพโดยรวมในระยะยาว