อาลัย ช่างภาพมือทอง จากไปอย่างสงบแล้ว เผยสาเหตุสุดเศร้า
อาลัย ช่างภาพมือทอง จากไปอย่างสงบแล้ว เผยสาเหตุสุดเศร้า
ข่าวสังคม - โซเชียล

อาลัย ช่างภาพมือทอง จากไปอย่างสงบแล้ว เผยสาเหตุสุดเศร้า

ฟังข่าวนี้

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ครอบครัวของ สงกรานต์ วีระพงษ์ หรือ น้าสง 13maysa ช่างภาพชื่อดังของประเทศไทย เปิดเผยกำหนดการบำเพ็ญกุศลศพ ณ วัดผาสุกมณีจักร เมืองทอง ศาลา 1 หลังเจ้าตัวจากไปอย่างสงบ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว เพื่อนพ้อง และผู้ที่เคยร่วมงาน

ก่อนหน้านี้ เพจเฟซบุ๊ก Songkran Weerapong ได้แจ้งข่าวการเสียชีวิต พร้อมเผยข้อความว่า วันนี้พี่สงกรานต์ น้าสง 13maysa ได้จากพวกเราไปอย่างสงบแล้ว การจากไปครั้งนี้สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวและคนที่รักน้าสงเป็นอย่างยิ่ง ขอให้พี่สงเดินทางสู่ภพภูมิที่สงบ และจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป สำหรับกำหนดการพิธี ทางครอบครัวจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งนะคะ

สำหรับพิธีบำเพ็ญกุศล จะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น. และพิธีสวดพระอภิธรรมเวลา 18.00 น. จากนั้นมีพิธีสวดพระอภิธรรมต่อเนื่องในช่วงเย็นของอีกสองวันถัดมา ก่อนประกอบพิธีฌาปนกิจในเวลา 17.00 น. โดยทางครอบครัวเรียนเชิญผู้ที่เคารพรักร่วมแสดงความอาลัย พร้อมระบุว่า ขอเรียนเชิญมาด้วยความเคารพอย่างสูง (ขออภัยหากมิได้เรียนเชิญด้วยตนเอง)

ตลอดช่วงที่ผ่านมา น้าสงได้ใช้พื้นที่บนโซเชียลมีเดียถ่ายทอดประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็ง เพื่อเป็นกำลังใจและแบ่งปันข้อมูลแก่ผู้ป่วยคนอื่น โดยเล่าว่าในวัย 55 ปี เขาเข้าสู่ปีที่ 3 ของการรักษา หลังตรวจพบมะเร็งลำไส้และผ่านการทำเคมีบำบัด 8 ครั้ง รวมถึงการฉายแสง 24 ครั้ง แม้โรคจะสงบลงช่วงหนึ่ง แต่ไม่นานเซลล์มะเร็งได้ลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง กระดูกสันหลัง และปอด ทำให้ต้องเข้ารับคีโมเพิ่มเติม รวมทั้งรักษาด้วยยาพุ่งเป้า อย่างไรก็ตาม ก้อนมะเร็งในปอดยังไม่ยุบ และเริ่มมีอาการชาที่บริเวณปากและแก้มจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 แม้จะได้รับการฉายแสงเพิ่มเติม อาการก็ยังไม่ดีขึ้น

ภายหลังทีมแพทย์ได้ปรับแนวทางการรักษา โดยตรวจหาการกลายพันธุ์ของเซลล์มะเร็งเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมที่สุด พร้อมให้ยาภูมิคุ้มกันบำบัด Lonsurf ควบคู่กับยาพุ่งเป้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงเดือนละประมาณ 120,000 บาท และไม่อยู่ในสิทธิ์บัตรทอง แม้ต้องเผชิญภาระค่ารักษา เขายังคงใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง ออกกำลังกายเบา ๆ และย้ำไว้ว่า ถ้าเราไม่สู้เพื่อตัวเองเราจะไปสู้เพื่อใคร

หลังเริ่มใช้ยาพุ่งเป้าที่ตรงกับสายพันธุ์ของมะเร็งได้ครบสองเดือน เขาโพสต์ว่ากำลังรอผลสแกนร่างกาย พร้อมหวังว่าจะได้รับข่าวดีเป็นครั้งแรกของการรักษา ขณะเดียวกัน ยังบอกเล่ามุมมองการใช้ชีวิตว่า การเดินทางไปโรงพยาบาลเป็นเรื่องปกติจนเปรียบเหมือนไปพักผ่อนในรีสอร์ต ปล่อยให้การรักษาเป็นหน้าที่ของแพทย์ ส่วนตัวเองจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด พร้อมทิ้งข้อความว่า ผมสงกรานต์ ผู้ป่วยมะเร็งระยะ 4 จะใช้ทุกนาทีที่ชีวิตมีให้คุ้มค่าที่สุดในทุก ๆ วัน

ไม่นานหลังจากนั้น เขาได้แจ้งผลการรักษาที่สร้างความหวัง โดยเปิดเผยว่า ข่าวดีมะเร็งระยะ4หลังจากวินิจฉัยเชื้อจากการเจาะปอดและได้ยาพุ่งเป้าตรงกับเชื้อมารักษา 3 เดือนผลสแกนพบว่าค่ามะเร็งจาก 75 ลดลงเหลือ 29 ครับ ขอบคุณฮีโร่ของผมที่ดูแลตลอดมา

อย่างไรก็ตาม ความหวังดังกล่าวอยู่ได้ไม่นาน เมื่อแพทย์ผู้ดูแลทั้งสองท่านประเมินตรงกันว่าแนวทางการรักษาที่มีอยู่ในขณะนั้นไม่สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของโรคได้อีกต่อไป ส่งผลให้ต้องยุติการรักษา เนื่องจากยาที่ดีที่สุดในเวลานั้นไม่สามารถควบคุมการลุกลามของมะเร็งได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ