วงการบันเทิงได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อ เจมมี่เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ นักแสดงและแฟชั่นไอคอนชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยความลับเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองที่เก็บรักษามานาน ผ่านรายการ Prime Cast ซึ่งสร้างความกังวลใจแก่แฟนคลับที่ติดตามผลงานเป็นอย่างมาก
เจมมี่เจมส์ ได้เล่าถึงช่วงเวลาที่ตนเองดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างหนักต่อเนื่องเป็นระยะเวลาร่วม 3 เดือน โดยไม่มีวันหยุดพัก และดื่มในปริมาณมากทุกวัน กระทั่งเริ่มมีอาการปวดศีรษะไมเกรนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นช่วงที่เขามีตารางงานถ่ายทำที่แน่นมากตลอดทั้งปี และต้องเดินทางไปมาระหว่างกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่บ่อยครั้ง หลังจากอาการไมเกรนเริ่มกำเริบหนักขึ้น เขาจึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์
ด้วยความที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน จึงได้รับการตรวจอย่างละเอียดเป็นพิเศษ รวมถึงการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งผลการตรวจที่ออกมาทำให้ เจมมี่เจมส์ ถึงกับตกใจ เมื่อแพทย์ได้เปิดเผยผลเอกซเรย์ (X-ray) ที่พบว่ามี ซีสต์อยู่ในสมอง โดยมีขนาดประมาณ 2.3 x 2.7 เซนติเมตร เจ้าตัวบรรยายความรู้สึกในวินาทีนั้นว่า ใจตกไปตาตุ่ม ห้องเงียบมาก ออกจากห้องมามือสั่นไปหมด
เมื่อสอบถามถึงความรุนแรงของซีสต์ แพทย์ได้ให้ เจมมี่เจมส์ ลองลุกขึ้นแล้วเดินตามเส้นตรง ก่อนจะอธิบายว่า หากซีสต์มีขนาดโตขึ้นและไปกระทบกับสมอง อาจส่งผลให้การเดินไม่ตรง แต่ในปัจจุบันยังไม่พบความผิดปกติที่น่ากังวล และสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นซีสต์ตั้งแต่กำเนิด ซึ่งดูแล้วไม่อันตราย แต่จำเป็นต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่องทุก 1 ปี และ 3 ปี

ภาพจากรายการ Prime Cast
เจมมี่เจมส์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองได้ไปติดตามอาการตามที่แพทย์นัดหมาย และพบว่าซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นการขยายตัวที่ไม่ใช่ในระดับที่มีนัยยะสำคัญที่น่ากังวล สิ่งเดียวที่ยังคงเป็นข้อกังวลคือ หากเกิดอุบัติเหตุศีรษะกระแทกอย่างรุนแรง อาจทำให้ซีสต์แตก ซึ่งในกรณีนั้นจะถือเป็นอันตรายได้