จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ หลังทีมงานนักสืบเอกชนชื่อดัง “บอยนักสืบ” เผยแพร่ข้อมูลการติดตามสืบคดีชู้สาว โดยได้รับการว่าจ้างจากสามีรายหนึ่งให้ตรวจสอบภรรยา ซึ่งเป็นบุคลากรในโรงเรียนแห่งหนึ่ง หลังสงสัยว่าภรรยาอาจมีพฤติกรรมสนิทสนมกับผู้อำนวยการโรงเรียนเกินความเหมาะสม
ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่า ภรรยามักขอออกจากบ้านในช่วงกลางคืน โดยอ้างว่าไปซื้อของที่ตลาด ประกอบกับมีข่าวลือจากคนรอบข้างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างภรรยากับ ผอ.โรงเรียน ก่อนทีมงานนักสืบจะอ้างว่าพบภาพและคลิปที่มีลักษณะเชิงชู้สาว โดยสถานที่หนึ่งที่ถูกระบุถึงคือบริเวณหน้าเมรุเผาศพภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งสร้างความตกใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว โดยที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ นางเอ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ภรรยากรรมการวัด เล่าว่า หลังเห็นข่าวรู้สึกตกใจ เพราะยืนยันว่าเหตุการณ์ตามที่มีการนำเสนอไม่น่าจะเป็นความจริง
โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา มีรถเก๋งนิสสันสีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ เข้ามาจอดบริเวณข้างเมรุของวัดเป็นเวลานาน ขณะนั้นมีชาวบ้านอยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 7-8 คน และสังเกตเห็นชาย 2 คนลงจากรถมาถ่ายภาพบริเวณเมรุ วัด และป่าใกล้เคียง
เมื่อชาวบ้านเห็นว่ารถจอดอยู่นานจึงเข้าไปสอบถาม ชายที่อยู่ในรถระบุเพียงว่า จอดรถเพื่อสูบบุหรี่และกำลังจะเดินทางต่อ ก่อนจะขับรถออกไป โดยรวมแล้วรถคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณวัดประมาณ 2 ชั่วโมง
นางเอ ระบุว่า ภาพเมรุที่ปรากฏในข่าวเป็นเมรุของวัดจริง แต่ยืนยันว่าในช่วงเวลาดังกล่าวไม่พบผู้หญิงหรือ ผอ.โรงเรียนเข้ามาบริเวณดังกล่าว ส่วนชายที่ปรากฏในภาพบริเวณป่า ตนจำได้ว่าเป็นหนึ่งในชาย 2 คนที่มากับรถคันดังกล่าว เนื่องจากเป็นคนที่ตนเข้าไปสอบถามเรื่องการจอดรถ
จึงอยากให้ “บอยนักสืบ” นำหลักฐานและรายละเอียดทั้งหมดออกมาเปิดเผยให้ชัดเจน เพราะข้อมูลบางส่วนที่เผยแพร่ออกไปไม่ตรงกับสิ่งที่ชาวบ้านในพื้นที่พบเห็น
ขณะที่นางอ้อม (นามสมมติ) อายุ 53 ปี แม่ครัวในโรงเรียน ยืนยันเช่นกันว่า ข้อมูลที่ปรากฏในข่าวมีความคลาดเคลื่อน โดยโรงเรียนมีครูทั้งหมด 7 คน แบ่งเป็นหญิง 5 คน และชาย 2 คน ส่วนใหญ่มีบุตรอายุประมาณ 8-9 ปี และไม่มีครูหรือบุคลากรคนใดมีลูกวัยเพียงไม่กี่เดือนตามข้อมูลที่ถูกกล่าวถึง
นอกจากนี้ โรงเรียนดังกล่าวมีจำนวนนักเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ จึงไม่มีตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนประจำ มีเพียงผู้รักษาการผู้อำนวยการเท่านั้น
นางอ้อมยังเล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยเห็นรถเก๋งสีดำคันดังกล่าวเข้ามาวนเวียนบริเวณโรงเรียน จนสามีของตนถ่ายคลิปรถเอาไว้ และนำข้อมูลไปให้ตำรวจที่รู้จักช่วยตรวจสอบ โดยพบว่าป้ายทะเบียนที่ติดอยู่กับรถอาจไม่ตรงกับข้อมูลของตัวรถ ทำให้ขณะนี้ยังเกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดข้อมูลในข่าวจึงระบุว่าชาวบ้านหรือบุคลากรในพื้นที่รู้เห็นกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงที่เกิดเหตุ ชาวบ้านและบุคลากรในโรงเรียนพบความผิดปกติจากการมีรถแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ จึงมีการกำชับนักเรียนไม่ให้ออกจากห้อง และรายงานเหตุการณ์ไปตามลำดับขั้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงตั้งข้อสังเกตและต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า ภาพและคลิปที่ถูกเผยแพร่นั้นเกี่ยวข้องกับบุคคลตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ รวมถึงเรียกร้องให้ผู้ที่นำข้อมูลออกมาเผยแพร่ชี้แจงรายละเอียดและหลักฐานอย่างชัดเจน เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคม