หนังคนละม้วน! ชาวบ้านเล่าเอง ปมนักสืบเอกชนจับโป๊ะ ผอ.มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเมียคนอื่นข้างเมรุ
หนังคนละม้วน! ชาวบ้านเล่าเอง ปมนักสืบเอกชนจับโป๊ะ ผอ.มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเมียคนอื่นข้างเมรุ
ข่าวสังคม - โซเชียล

หนังคนละม้วน! ชาวบ้านเล่าเอง ปมนักสืบเอกชนจับโป๊ะ ผอ.มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเมียคนอื่นข้างเมรุ

ฟังข่าวนี้

วันที่ 20 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อทีมงานนักสืบเอกชนชื่อดัง “คุณนักสืบ” ได้เผยแพร่ผลงานการสืบคดีชู้สาว ซึ่งสามีถือเป็นผู้เสียหาย เข้าจ้างบอยนักสืบให้สืบว่าภรรยาของตัวเองที่มีลูกน้อยเพียง 4 เดือน ไปมีชู้อะไรกับใครหรือไม่ภายในโรงเรียน

เนื่องจากสามีเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา ซึ่งเป็นบุคลากรในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มักจะหาข้ออ้างขอออกนอกบ้านในเวลากลางคืน โดยอ้างว่าออกไปซื้อของที่ตลาด อยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับเริ่มมีกระแสข่าวลือจากคนรอบข้าง และคนในพื้นที่ว่า ภรรยาของตนและผู้อำนวยการโรงเรียน (ผอ.) มีพฤติกรรมใกล้ชิดสนิทสนมกันเกินเลย ในลักษณะแปลกๆ ภายในโรงเรียน

ในข่าวของคุณนักสืบ”ระบุว่าพบภาพบาดตาบาดใจ โดยทั้งสองได้นัดพบ และทำพฤติกรรมเชิงชู้สาวกันในสถานที่ที่ไม่คาดคิด นั่นคือ บริเวณหน้าเมรุเผาศพภายในวัด ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ มีภาพถ่าย และคลิปวิดีโอทั้งหมดอย่างละเอียด ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สร้างความสะเทือนใจและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมเป็นอย่างมากตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ พบนาง ปาริษา (สงวนนามสกุล)(เบลอหน้า) อายุ46ปี ภรรยากรรมการวัดหนองโบสถ์ เล่าว่าพวกตนดูข่าวแล้วตกใจมั่นใจไม่เป็นความจริง เมื่อย้อนไปเมื่อวานนี้(19 ส.ค.)ช่วงเย็น

ได้มีรถเก๋งสีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ มาจอดอยู่ข้างเมรุของวัด ซึ่งตอนนั้นพวกตนอยู่บริเวณนั้นประมาณ 7-8 คน เห็นลงมาถ่ายภาพเมรุ ถ่ายภาพวัดและถ่ายภาพป่า ข้างเมรุชาวบ้านจึงเข้าไปถามว่ามาทำอะไรเพราะจอดนาน ชายซึ่งมาด้วยกัน 2 คนในรถบอกว่า”ผมจอดสูบบุหรี่เดี๋ยวผมไปแล้ว ไม่นานก็ขับรถออกไปรวมรถเก๋งสีดำมาจอดประมาณ 2 ชม.

ภาพที่ออกข่าวเป็นภาพเมรุของวัดจริง แต่พวกตนยืนยันว่าไม่มีผู้หญิงหรือ ผอ.มาบริเวณนั้น ส่วนภาพชายที่ปรากฎอยู่ในป่าจำได้ว่าเป็นหนึ่งในชายสองคนที่มาด้วยกัน เพราะตนเข้าไปถามถึงรถ จึงอยากจะให้”คุณนักสืบ”เอาหลักฐานมาเปิดเผยมากกว่านี้ เพราะข้อมูลที่ออกไปไม่ตรงกับความเป็นจริง

เช่นเดียวกับนาง นางอ้อม(นามสมมติ) อายุ53 ปี เป็นแม่ครัวในโรงเรียนกล่าวย้ำว่า”เป็นไปไม่ได้”ข้อมูลผิดทั้งหมดโรงเรียนมีครู 7 คน เป็นหญิง 5 ชาย 2 คน ส่วนใหญ่มีลูกโต 8-9 ขวบ ไม่มีครูหรือบุคลากรคนใดมีลูกวัย 2 เดือน ประกอบกับโรงเรียนมีนักเรียนน้อยกว่าเกณฑ์จึงไม่มี ผอ.มีเพียงรักษาการ

ยอมรับว่าเห็นรถเก๋งคันสีดำเข้ามาวนเวียนอยู่ในโรงเรียน สามีจึงไปถ่ายคลิปรถเอาไว้ แล้วเอาให้ตำรวจที่รู้จักกันตรวจสอบพบว่าป้ายทะเบียนไม่ตรงกับตัวรถ ตอนนี้ก็ยังงงว่าในข่าวระบุว่าตนรู้เห็น อยากให้”บอยนักสืบ”มาชี้แจง เพราะถ้าเป็นระดับ ผอ.จริงคงไม่มาทำอะไรข้างเมรุ

ทั้งนี้ในช่วงเกิดเหตุว่ามีความผิดปกติที่มีรถแปลกเข้ามาได้กำชับนักเรียนไม่ให้ออกจากห้องแล้วรายงานไปตามลำดับขั้น

อย่างไรก็ตามชาวบ้านต่างตั้งข้อสังเกตหลายประการเกี่ยวกับการทำงานของ”บอยนักสืบ”ว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่ลูกน้องที่ให้มาสืบทำงานไม่สำเร็จแล้วสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อรับค่าจ้าง รวมถึงบอยนักสืบ “ก็จะได้รับเงินส่วนที่ค้างกับผู้ว่าจ้าง” หรือไม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ