ราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องทุกข์จาก นายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ (ทนายสงกาญ์) อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น. เพื่อส่งผ่านข้อเรียกร้องไปยังประธานวุฒิสภา ประธานรัฐสภา และสมาชิกรัฐสภา ขอให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารที่อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย กรณีการออกระเบียบควบคุมอาวุธปืนที่สร้างภาระเกินสมควรแก่ประชาชน

ไฮไลต์สำคัญในการเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้ คือการที่นายสงกาญ์ได้นำของเล่น "หนูไขลาน" จำนวน 3 ตัว มาปล่อยลงบนพื้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์เชิงเสียดสี พร้อมตั้งฉายารัฐบาลชุดนี้ว่า "รัฐบาลหนูไขลาน"
นายสงกาญ์ กล่าวอย่างดุเดือดว่า “ผมขอมอบหนูไขลาน ให้กับรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) นี่คือตัวแรก ตัวที่สองคือ ท่านปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และตัวที่สามคือ อธิบดีกรมการปกครอง ฝากท่าน ส.ส.ราเชน มอบผ่านทางท่านประธานรัฐสภาให้ท่านรับด้วย บอกเรื่องที่สมควรจะทำให้กับประชาชน ท่านกลับไม่ทำ แต่ไปทำเรื่องที่มันกระทบความเดือดร้อน”

นายสงกาญ์กล่าวย้ำว่า รัฐบาลใช้อำนาจบริหารก้าวล่วงอำนาจนิติบัญญัติ แทนที่จะไปจัดการปัญหาปืนเถื่อนหรือเว็บพนันออนไลน์ กลับมาออกระเบียบที่สร้างความเดือดร้อนให้กระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ
สาระสำคัญในหนังสือร้องเรียน ระบุถึงพฤติการณ์ของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ที่อาจกระทำการละเมิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 โดยการออกกฎพิเศษห้ามเจ้าหน้าที่ออกใบอนุญาต (ป.3 และ ป.4) แก่ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน รวมถึงห้ามพกพาอาวุธปืนติดตัว

ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือนโยบายที่บังคับให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ป.4 ต้องมาต่ออายุทุกๆ 3 ปี ซึ่งนายสงกาญ์ระบุว่า เป็นการนำแนวทางกฎหมายเมื่อปี 2477 หรือกว่า 92 ปีก่อนกลับมาใช้ ทั้งที่ตามกฎหมายปัจจุบัน ใบอนุญาต ป.4 ให้สิทธิครอบครองได้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการที่รัฐบาลเตรียมเรียกเก็บอาวุธปืนและใบ ป.4 ของประชาชนที่ซื้อมาในราคานับแสนบาทไปเก็บรักษาไว้ชั่วคราว ซึ่งขณะนี้กรมการปกครองกำลังทำประชามติ และพบว่ามีประชาชนส่งข้อความเข้ามาคัดค้านเป็นจำนวนมหาศาล
นายสงกาญ์ ได้เปิดเผยข้อมูลสถิติอาวุธปืนในประเทศไทยเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นถึงความผิดพลาดเชิงนโยบาย อาวุธปืนถูกกฎหมาย (มีทะเบียน ป.4) ประมาณ 6.2 ล้านกระบอก (แบ่งเป็นปืนสั้น 3.74 ล้านกระบอก และปืนยาว 2.47 ล้านกระบอก)
อาวุธปืนผิดกฎหมาย ประมาณ 4.2 ล้านกระบอก (ครอบคลุมปืนเถื่อน, ปืนผิดมือ, อาวุธสงคราม) ซึ่งมีการซื้อขายอย่างโจ่งแจ้งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, TikTok และ Instagram
"รัฐบาลควรจะเร่งติดตามตรวจค้นจับกุมปราบปรามผู้ครอบครองและแหล่งซื้อขายอาวุธปืนที่ผิดกฎหมายทางออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่าย แต่รัฐบาลกลับหาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมไม่ กลับมาดำเนินการกับพลเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่มีปืนถูกต้องตามกฎหมายกว่า 6.2 ล้านกระบอก" นายสงกาญ์ ระบุ
ในท้ายหนังสือร้องทุกข์ นายสงกาญ์เรียกร้องให้ กมธ.การทหาร เสนอญัตติอภิปรายเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง และขอให้นายกรัฐมนตรีเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว พร้อมกำหนดเงื่อนไขว่า หากนายกรัฐมนตรีเพิกเฉยภายใน 15 วัน ไม่แถลงเพิกถอนคำสั่งต่อสื่อมวลชน จะถือว่าเป็นการยืนยันตามคำสั่งเดิม และจะมีการยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป
นายสงกาญ์ เปิดเผยทิ้งท้ายว่า ทางผู้ตรวจการแผ่นดินได้นัดหมายให้ตนเข้าให้ปากคำในรายละเอียดแล้ว ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เวลา 11.30 น.
ด้าน นายราเชน ตระกูลเวียง กล่าวภายหลังรับมอบหนังสือว่า "ในฐานะตัวแทน กมธ.การทหาร จะรับเรื่องนี้ไว้ และจะยื่นเรื่องให้กับคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป"