อนุทิน ขับเจ็ตส่วนตัว เยือนกองบิน 1 F-16 ขึ้นประกบ ตรวจความพร้อมทัพฟ้า มอบ 5 นโยบายรับสงครามยุคใหม่
อนุทิน ขับเจ็ตส่วนตัว เยือนกองบิน 1 F-16 ขึ้นประกบ ตรวจความพร้อมทัพฟ้า มอบ 5 นโยบายรับสงครามยุคใหม่
ข่าวการเมือง

อนุทิน ขับเจ็ตส่วนตัว เยือนกองบิน 1 F-16 ขึ้นประกบ ตรวจความพร้อมทัพฟ้า มอบ 5 นโยบายรับสงครามยุคใหม่

ฟังข่าวนี้

วันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เดินทางตรวจเยี่ยมกองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการสำคัญของกองทัพอากาศ โดยมี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมนายทหารระดับสูงให้การต้อนรับ

การเดินทางครั้งนี้ นายอนุทินขับเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 มายังกองบิน 1 ด้วยตนเอง เมื่อเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ มีเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 3 เครื่องขึ้นบิน โดย 2 เครื่องบินประกบด้านซ้ายและขวา และอีก 1 เครื่องบินอยู่เหนือเครื่องบินของนายกรัฐมนตรี เป็นการจำลองภารกิจฝึกบินอารักขาบุคคลสำคัญในสถานการณ์ที่มีบุคคลสำคัญร่วมบินจริง ก่อนนำเครื่องลงจอดที่กองบิน 1

จากนั้นนายกรัฐมนตรีขึ้นแท่นรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ พร้อมชมการสาธิตขีดความสามารถของกองทัพอากาศ ทั้งภารกิจโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินแบบ Air-to-Ground ภารกิจการรบทางอากาศแบบ Air-to-Air ตลอดจนการค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ หรือ Combat Search and Rescue โดยเฮลิคอปเตอร์ H225M เพื่อประเมินความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการรับมือภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ

นายอนุทินกล่าวว่า กองบิน 1 เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่มีบทบาทโดยตรงในการปกป้องประเทศ โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพของกองทัพอากาศในการปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมชื่นชมผู้บังคับบัญชา กำลังพล และเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับประชาชน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การพัฒนากองทัพในปัจจุบันไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เพราะรูปแบบของสงครามเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การรบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเผชิญหน้าระหว่างกำลังพล แต่เทคโนโลยี ระบบข้อมูล อากาศยานไร้คนขับ ระบบเชื่อมโยงการรบ และขีดความสามารถทางอากาศ ล้วนกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ รัฐบาลจึงพร้อมสนับสนุนการพัฒนากองทัพ โดยงบประมาณทุกส่วนจะต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงของประเทศและประชาชน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย การพัฒนาขีดความสามารถทางอากาศ เดินหน้าจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธหรือโดรนโจมตี เพื่อเป็น Game Changer ของการปฏิบัติการทางอากาศในอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและอุตสาหกรรมภายในประเทศ

ด้านที่สองคือ กิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง ทั้งการลาดตระเวนและเฝ้าระวังทางอวกาศ การจัดหาดาวเทียมวงโคจรต่ำ การประยุกต์ใช้กล้องโทรทรรศน์ และการผลักดันศูนย์ประสานงานการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการติดตามสถานการณ์และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

ด้านที่สามคือ การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชน โดยบูรณาการกำลังพลและยุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน

ด้านที่สี่คือ การพัฒนาระบบเครือข่ายเชื่อมโยงกำลังรบ โดยเร่งพัฒนา Tactical Data Link ไปสู่ National Link เชื่อมโยงกับระบบควบคุมร่วมหลายมิติของกองบัญชาการกองทัพไทย ภายใต้แนวคิด One Team ทัพไทย เพื่อให้ทั้ง 3 เหล่าทัพสามารถมองเห็นภาพสถานการณ์เดียวกัน แลกเปลี่ยนข้อมูล และปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ

และด้านที่ห้าคือ การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเอง โดยนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ไปสู่การผลิตและใช้งานจริง ผลักดันผลิตภัณฑ์ Made in Thailand และสร้างฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่แข็งแกร่งในระยะยาว

นายอนุทินย้ำว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบจากโครงสร้างพื้นฐานทางทหารที่ถูกวางรากฐานและพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน หน้าที่ของรัฐบาลคือรักษาความพร้อมดังกล่าว พร้อมยกระดับเทคโนโลยีให้ทันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เพื่อให้กองทัพไทยรักษาความได้เปรียบและสามารถป้องกันประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในศักยภาพของทุกเหล่าทัพ ว่าทุกเหล่าทัพจะมุ่งหวังไม่ให้สูญเสียอธิปไตย และจะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคนอย่างเต็มที่ นายอนุทิน กล่าว

ช่วงท้ายของการตรวจเยี่ยม นายกรัฐมนตรีได้ตรวจยุทโธปกรณ์ทางยุทธวิธี ขณะที่กองบิน 1 ได้มอบ Patch F-16 ของฝูงบิน 103 ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษ เป็นภาพ มิกกี้เมาส์ พร้อมข้อความ F-16 Fighting Mickey ตามนามเรียกขาน Mickey ของนายอนุทินในการบิน นับเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์จากการตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธีครั้งนี้

นายกรัฐมนตรียังฝากถึงกำลังพลกองทัพอากาศให้รักษาความพร้อม ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ชาติ เพื่อเป็นกำลังหลักในการพิทักษ์อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพไทยให้สอดคล้องกับสงครามและภัยคุกคามแห่งอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ