เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนสร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก
การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวน หน่วยงานเจ้าของฐานข้อมูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรายงานผลการตรวจสอบความคืบหน้าและแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อประเมินสาเหตุของเหตุการณ์อย่างรอบด้าน
ผลการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า การรั่วไหลของข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากการถูกเจาะระบบหรือการดึงฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐออกไปทั้งระบบตามที่หลายฝ่ายกังวล แต่มีสาเหตุมาจากการนำชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านที่เคยรั่วไหลมาก่อนแล้ว ไปใช้เข้าสู่ระบบตามสิทธิ์การใช้งานที่มีอยู่ตามปกติ ก่อนจะทำการสืบค้นข้อมูลเป็นรายบุคคล ส่งผลให้ข้อมูลของประชาชนถูกเข้าถึงเป็นบางกรณี โดยขณะนี้ตรวจพบผู้ที่ถูกสืบค้นข้อมูลแล้วประมาณ 800 ราย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังผ่านข้อมูลบันทึกการใช้งานของระบบได้
ภายหลังรับทราบผลการตรวจสอบ นายภราดรได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกำหนดให้ระบบที่จัดเก็บข้อมูลประชาชนทุกระบบ ทั้งระบบเดิมและระบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ ต้องใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) พร้อมเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จและเห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำระบบบันทึกและติดตามการใช้งาน (Audit Log) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงติดตามหน่วยงานที่ได้รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหล ให้เร่งแก้ไขและปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยโดยเร็ว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมขอความร่วมมือผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการใช้รหัสผ่านเดียวกันในหลายบริการ และเปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตนสองชั้นสำหรับบัญชีสำคัญ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานบริการดิจิทัลและลดความเสี่ยงจากการนำข้อมูลบัญชีไปใช้โดยมิชอบ