วันนี้ (7 ม.ค. 2569) พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทนายความพูดเมื่อวานนี้อยู่ในคดีเดียวกันคือ คดีเว็บพนันมินนี่ ในคดีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาเช่นกัน เป็นคนละคดีกันกับการที่ผมมาเป็นพยานในคดีเรื่องทอง เป็นคนละคดีกับคดีมินนี่ ไม่เกี่ยวกัน ผมไม่เข้าใจความหมายที่เขาให้สัมภาษณ์ว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกัน
พ.ต.อ.ภาคภูมิ มองว่า สิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์ไปเพื่อเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของตัวผมโดยเน้นไปที่ครอบครัว มีการปล่อยข่าวว่าน้องภรรยาหลบหนีไปต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงคดีนี้น้องภรรยาตน เข้ามอบตัวไปแล้วตั้งแต่ปี 2566 สิ่งที่เจ้านายพูดสอดคล้องกับไอโอ ที่มีการโจมตีผม แต่ผมไม่เป็นไร เข้าใจนิสัยและพฤติกรรมของเขาว่าจะทำอะไร แต่ผมขอบอกว่ามันสกปรกเกินไป ส่วนทนายพวกนี้ผมเพิ่งเคยเห็นหน้าเป็นทนายใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังตั้งข้อสังเกตกรณีที่ 1 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหา ที่ไปแจ้งความว่าถูกอุ้ม ถูกค้นบ้านพักที่จังหวัดสุราษฎร์ แต่ทำไมถึงมาแจ้งความที่ สน.บุปผาราม ไม่ใช่เพราะว่ามีนายตำรวจที่เป็นเครือข่ายของอดีตผู้บังคับบัญชาหรือไม่ มีการย้ายมาจากอีก สน. หนึ่ง เป็น สน.ที่เคยรับแจ้งความของคดีอดีตผู้บังคับบัญชา
พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังกล่าวอีกว่า ในวันที่มีการไปส่งทองคำแท่งที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ คลิปที่ปรากฏในการแถลงข่าว เป็นการถ่ายมาจากคนของตนที่อยู่ในรถคันเดียวกัน รวมถึงรถที่สะกดรอยตามไปนั้น เป็นรถของพวกตนเพื่อเป็นการเก็บหลักฐาน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับนาย ส. เป็นการส่วนตัว แต่ว่านาย ส. เป็นผู้ประสานงานระหว่าง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับตน และกรรมการ ป.ป.ช. เพราะทั้งตนและกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ได้คุยกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แบบเดิมแล้ว จึงต้องมีคนกลางประสานงาน มันมีรายละเอียดมากกว่าที่มีการแถลงข่าว แต่ไม่สามารถบอกได้
ส่วนสาเหตุที่มีการอัดเสียง พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวว่า เริ่มจับได้ว่าจะมีการจัดฉากให้ตนเป็นผู้รับผิดแทน ทำให้ต้องมีการอัดเสียงไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริง ตนและนาย ส. จะวางแผนหักหลัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไปเพื่ออะไร แต่หลังจากเกิดเรื่องขึ้นตนไม่ได้ติดต่อกับนาย ส. อีกเลย ทั้งนี้ตนจะแจ้งความกับกรรมการ ป.ป.ช. ที่มาแจ้งความตนว่าแจ้งความเท็จ ทั้งที่กรรมการคนดังกล่าวทราบรายละเอียดดีอยู่แล้ว

พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว ลูกน้องหลายคนมาให้การให้ข้อมูลกับตำรวจแล้ว อยากให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกมาพูดความจริง สิ่งที่เขาทำมันทำลาย ลูกน้องคนใกล้ชิด ครอบครัว ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมด ยอมรับว่าหมดศรัทธาในตัวอดีตผู้บังคับบัญชาแล้ว คนเป็นหัวหน้าคนแค่รับผิดชอบในเรื่องตัวเองยังไม่ได้ มันเป็นมาตรฐานความเป็นมนุษย์ อยากให้มีสักครั้งหนึ่งที่ท่านแสดงความเป็นสุภาพบุรุษและตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว
พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกด้วยว่า ยินดีที่จะไปออกรายการ ไม่ว่ารายการไหนแต่ขอออกพร้อม 6 คนที่ถูกกล่าวหา หรือถ้าเขาไม่กล้าเผชิญหน้า ผมยินดีโฟนอิน เพื่อพิสูจน์ความจริงกันไปเล ทั้งนี้ ยังมีคลิปสนทนาระหว่าง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. ที่ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน กับ นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการ ป.ป.ช. ลักษณะปรึกษาหารือถึงเรื่องดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวนครบาล ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน