ศิริกัญญา ชี้งบฯ 70 ช่องโหว่เพียบ! พบโครงการซ้ำซ้อน-ครุภัณฑ์แพงเกินจริง สุ่มเสี่ยงทุจริต
ศิริกัญญา ชี้งบฯ 70 ช่องโหว่เพียบ! พบโครงการซ้ำซ้อน-ครุภัณฑ์แพงเกินจริง สุ่มเสี่ยงทุจริต
ข่าวการเมือง

ศิริกัญญา ชี้งบฯ 70 ช่องโหว่เพียบ! พบโครงการซ้ำซ้อน-ครุภัณฑ์แพงเกินจริง สุ่มเสี่ยงทุจริต

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงภาพรวมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้พิจารณาไปแล้ว 3 สัปดาห์

นางสาวศิริกัญญาระบุว่า แม้รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณของหลายหน่วยงานไปตั้งแต่ต้น แต่จากการพิจารณารายละเอียดในชั้นอนุกรรมาธิการ กลับพบว่าหลายโครงการยังมีราคาสูงผิดปกติ และมีการของบประมาณซ้ำซ้อนกันอยู่เป็นจำนวนมาก

ตัวอย่างเช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับงบเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ส่วนใหญ่เป็นงบสำหรับระบบ Cloud กลางของภาครัฐ มูลค่าราว 5,000 ล้านบาท เพื่อรวมการจัดเก็บข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ แต่กลับพบว่าหลายหน่วยงานยังคงของบเพื่อซื้อหรือเช่า Cloud แยกต่างหาก ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน อนุกรรมาธิการจึงกำหนดให้หน่วยงานที่ของบลักษณะนี้ต้องนำหนังสือรับรองจากกระทรวงดีอีมายืนยันว่าไม่ซ้ำซ้อนและระบบกลางไม่สามารถรองรับได้จริง

นอกจากนี้ ยังพบปัญหาในหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนอย่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่งบสวัสดิการซึ่งควรถึงมือประชาชนถูกปรับลด แต่กลับมีการตั้งงบด้านการบริหารเพิ่มขึ้น เช่น กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีโครงการจัดตั้ง Data Center พร้อมรายการจัดซื้อที่มีราคาสูงเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นประตูหนีไฟราคาประมาณ 200,000 บาท ชุดสำรองไฟราคา 800,000 บาท หรือเก้าอี้สำนักงานราคาตัวละ 15,000 บาท ซึ่งจำเป็นต้องถูกตรวจสอบและพิจารณาปรับลด

สำหรับงบกลาง 12,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นมาตราแรกๆ ที่ กมธ. พิจารณา ขณะนี้ได้รับข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว และจะกลับมาพิจารณาอีกครั้งหลังการพิจารณางบประมาณทุกมาตราเสร็จสิ้น โดย กมธ. ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนก็เห็นตรงกันว่าหากพบความซ้ำซ้อนจริง ก็สามารถปรับลดงบประมาณได้

ขณะที่กระทรวงมหาดไทย แม้กรมโยธาธิการและผังเมืองจะถูกปรับลดงบบางส่วนแล้ว แต่ยังพบข้อสังเกตว่าโครงการที่เหลือมีลักษณะกระจายงานให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ และหลายหน่วยงานมีรายได้นอกงบประมาณอยู่แล้ว แต่ยังขอรับการสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินเพิ่มเติม เช่น หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ที่เก็บค่าอบรมสูงถึงประมาณ 200,000 บาทต่อคน มีรายได้หลายสิบล้านบาทต่อปี แต่ยังของบประมาณจากรัฐเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ

นางสาวศิริกัญญายังกล่าวถึงโครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นงบผูกพันที่ล่าช้ามาตั้งแต่ระยะแรก เนื่องจากปัญหาผู้รับเหมาเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางมากจนไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด และล่าสุดยังพบปัญหาสภาพคล่องของบริษัทผู้ควบคุมงาน ทำให้โครงการมีแนวโน้มล่าช้าออกไปอีก ทั้งที่เดิมตั้งเป้าแล้วเสร็จในปี 2569 แต่ปัจจุบันมีความคืบหน้าเพียงประมาณหนึ่งในสาม ทำให้หน่วยงานต่างๆ ต้องของบประมาณมาปรับปรุงอาคารเดิมเพิ่มเติมระหว่างรอโครงการใหม่แล้วเสร็จ ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

ประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ การอนุมัติงบกลางประมาณ 6,500 ล้านบาท สำหรับโครงการน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ในสถานการณ์ที่งบประมาณมีจำกัดและรัฐบาลต้องโอนงบประมาณมารองรับรายจ่ายจำเป็น นางสาวศิริกัญญาเตือนว่าโครงการนี้อาจซ้ำรอยโครงการบริหารจัดการน้ำในปี 2568 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยชี้ว่ามีความเสี่ยงต่อการทุจริต และรัฐบาลต้องยกเลิกบางโครงการในเวลาต่อมา ขณะนี้ร่าง TOR อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็น จึงขอเชิญชวนผู้มีความรู้ช่วยตรวจสอบว่ามีการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะหรือเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดหรือไม่

นางสาวศิริกัญญาทิ้งท้ายว่า งบประมาณของประเทศมีอยู่อย่างจำกัด ขณะที่รัฐบาลยังมีภาระรายจ่ายจำนวนมาก ทั้งคดีคลองด่าน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และมาตรการช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ จึงน่าตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลจึงเลือกใช้งบกลางกว่า 6,500 ล้านบาทกับโครงการนี้ ทั้งที่กรมชลประทานเพิ่งถูกตัดงบประมาณไปประมาณ 7,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความไม่สอดคล้องในการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณในปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ