ถูกพูดถึงอย่างมากเลยทีเดียว สำหรับข่าวฉาวสะเทือนวงการสงฆ์ กรณี การจับกุม สมีโชติ หรือ ทิดโชติ อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น เหนือดวง ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท และยังพบคลิปหลักฐานว่าเสพเมถุนกับสีกาคนสนิท
กระทั่งล่าสุด วันนี้ (11 ก.ย. 2569) รายการโหนกระแส ก็ได้มีการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยช่วงหนึ่งของรายการ พ.ต.ท. กฤษฎา พลายละหารรองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (รอง ผกก.1 บก.ป.) ได้มีการเปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของคดีนี้มาจากการได้รับหนังสือร้องเรียนเพียง 1 ฉบับ ซึ่งส่งมาจากบุคคลที่ไม่ประสงค์ออกนามหรือบัตรสนเท่ห์
เนื้อหาในหนังสือร้องเรียนได้แบ่งประเด็นออกเป็น 2 เรื่องหลัก ได้แก่ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าอาวาสในเชิงชู้สาว และความสุ่มเสี่ยงในการทุจริตเงินวัด ภายหลังจากผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เร่งตรวจสอบ ทางชุดสืบสวนได้ใช้เวลารวบรวมข้อมูลอยู่นานเกือบ 1 เดือน จนกระทั่งมีหนังสือร้องเรียนฉบับที่สองส่งตามเข้ามา พร้อมกับแนบแฟลชไดรฟ์บันทึกคลิปซึ่งคาดว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัดมาด้วย
เมื่อตำรวจนำคลิปในแฟลชไดรฟ์มาตรวจสอบเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่สืบสวนไว้ก่อนหน้า พบว่าข้อมูลมีความตรงกัน ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรงถึงขั้นปาราชิก ซึ่งจากการนำประเด็นเรื่องพฤติกรรมชู้สาวนี้เอง นำมาเป็นมูลเหตุจูงใจในการเจาะลึกเส้นทางการเงิน
ตำรวจพบมูลความจริงว่ามีความเกี่ยวพันกับการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นเมื่อปลายปี 2568 ตัวมูลนิธิยังจัดตั้งได้ไม่ครบหลักเกณฑ์ที่จะสามารถออกใบอนุโมทนาบัตรตามกฎหมายได้ แต่อดีตเจ้าอาวาสกลับใช้วิธีให้ผู้บริจาคโอนเงินเข้าบัญชีมูลนิธิ แล้วออกใบอนุโมทนาบัตรจากวัดให้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท นำไปสู่การขออนุมัติหมายจับและหมายค้นในที่สุด