เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ถนนพหลโยธิน กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถลงผลปฏิบัติการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อม น.ส.ปุณยวีร์ (สงวนนามสกุล) หรือสีกาเอ๋ สีกาคนสนิท หลังตำรวจสืบสวนพบพฤติการณ์ต้องสงสัยเกี่ยวกับการเบียดบังเงินของวัดมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ก่อนเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร และ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา และตรวจยึดทรัพย์สินรวมมูลค่าประมาณ 215,229,847 บาท
ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายถูกออกหมายจับโดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ประกอบด้วย พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ สมีโชติ ซึ่งปัจจุบันลาสิกขาแล้ว และ น.ส.ปุณยวีร์
เบื้องต้นอดีตพระวชิรญาณถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 83 ประกอบกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ส่วน น.ส.ปุณยวีร์ ถูกแจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่มิชอบ รวมถึงสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน
สำหรับ สีกาเอ๋ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ทั้งทาวน์เฮาส์ 2 หลัง รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เงินฝากธนาคารกว่า 5 ล้านบาท และทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลการถือครองทรัพย์สินในลักษณะที่อาจใช้นอมินีอำพราง โดยมีการใส่ชื่อบุตรสาวเป็นผู้ถือครองทรัพย์สินบางรายการ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับการสมคบกันฟอกเงินหรือไม่
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติยังพบว่า สีกาเอ๋ เคยเป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่ปี 2562 ก่อนพ้นจากสถานะล้มละลายในปี 2565 แต่ภายในช่วงเวลาประมาณ 3 ปี กลับพบว่ามีบ้าน 2 หลัง มูลค่าประมาณ 6.4 ล้านบาท เงินฝากประมาณ 5 ล้านบาท และทรัพย์สินมีค่าอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งที่ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินทั้งหมด