จากกรณี ตำรวจกองปราบจัดแถลงข่าวกรณี การจับกุม สมีโชติ หรือ ทิดโชติ อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น เหนือดวง ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท รวมไปถึงสีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ ซึ่งเข้าจับกุมเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (10 ก.ย. 2569)
โดยช่วงหนึ่งของการแถลงผล ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. แจงไทม์ไลน์ในทางคดีของสีกาและสมีโชติ ระบุว่า พบสีกามีการเข้ามาอยู่ที่วัดในปี 2550 เป็นโยมอุปัฏฐาก แต่ถ้าว่ามาประพฤติผิดศีลอะไรยังไง เราตอบไม่ได้ แต่เรามีหลักฐานทางเชิงประจักษ์ที่เห็นชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นสมีโชติจะมารู้จักมักจี่หรือทำอะไรขออนุญาตไม่ก้าวล่วง
เอาเฉพาะแค่เราพบว่าผู้หญิงคนนี้อยู่ดี ๆ ก็รวยขึ้นมา ถ้าทำมาอาชีพตอบเราได้ เราไม่ว่า แต่ปรากฏว่าเป็นบุคคลล้มละลายตั้งแต่ปี 2562 ปลดล้มละลาย ปี 2565 ระยะเวลา 3 ปี มีบ้าน 2 หลัง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท มีเงินสด และสิ่งของมีค่าเยอะแยะมากมาย สิ่งนี้เป็นตัวตอบได้ชัดเจนว่า ในเมื่อคุณไม่ทำมาหากิน แล้วเงินทองพวกนี้มาจากไหน คำตอบก็จะตอบได้ ถ้าท่านมีครอบครัว ท่านก็อยากจะดูแลหญิงอันเป็นที่รัก เพียงแต่ท่านเป็นพระ ดังนั้นการให้การดูแลสุขสบาย สุดท้ายจริง ๆ ก็คือทรัพย์สินที่ได้จากญาติโยมก็ไหลไปสู่หญิงอันเป็นที่รัก และนำไปสู่การดำเนินคดี