จากกรณีตำรวจกองปราบปรามจับกุม อดีตพระวชิรญาณ วิ. หรือ อดีตหลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเกี่ยวกับการเบียดบังทรัพย์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงิน โดยคดีดังกล่าวมีประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมเสพเมถุนภายในกุฏิ และถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัดได้รับความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท พร้อมจับกุม น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” หญิงสาวคนสนิทที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดังกล่าว
ล่าสุด ในรายการ โหนกระแส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประวัติของสมีโชติ ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ โดยระบุว่า เดิมสมีโชติเคยมีภรรยามาก่อน และเป็นคนที่สนใจเรื่องธรรมะ โดยมักเดินทางไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ
ข้อมูลระบุว่า ช่วงอายุประมาณ 35-36 ปี สมีโชติเคยไปเป็นเด็กวัดพุทไธศวรรย์อยู่ประมาณ 1 เดือน ขณะนั้นมีภรรยาและคบหากันราว 2 ปี ก่อนตัดสินใจขอลาบวช และเข้าสู่การอุปสมบทที่วัดพุทไธศวรรย์ จากนั้นจึงใช้ชีวิตในสมณเพศและก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยอีกว่า สาเหตุที่สมีโชติมีความเชี่ยวชาญด้านการดูดวงนั้น เนื่องจากก่อนบวชเคยเป็น ร่างทรง มาก่อน โดยห้องพักเก่าซึ่งเป็นลักษณะคอนโดมิเนียม เคยถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีร่างทรง และยังมีความสนิทสนมกับร่างทรงรายอื่น ๆ อีกด้วย
ขณะที่ “หนุ่ม กรรชัย” ผู้ดำเนินรายการ ได้กล่าวเสริมถึงประเด็นดังกล่าวว่า ข้อมูลเรื่องการเป็นร่างทรงอาจสอดคล้องกับคำบอกเล่าของญาติโยมบางรายที่เคยระบุว่า สมีโชติมีความสามารถในการดูดวง โดยผู้ที่เดินทางเข้าพบจะได้รับกระดาษเพื่อเขียนข้อมูลบางอย่าง ก่อนนำกระดาษดังกล่าวไปเผาตามขั้นตอนที่กำหนด
ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับประวัติชีวิตก่อนบวช รวมถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวถึงในรายการ ยังคงเป็นข้อมูลที่มีการเปิดเผยและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง