วันที่ 11 กันยายน 2569 ในรายการโหนกระแส หัวข้อ นี่พระหรืออัศวินโต๊ะกลม! จับสึกท่านเจ้าคุณดัง ฉันสวาทสีกาบนโต๊ะกินข้าว พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร รอง ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยถึงระบบกล้องวงจรปิดภายในวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หลังพบว่ามีกล้องติดตั้งอยู่ทั้งรอบวัดและภายในกุฏิจำนวนมาก รวมประมาณ 60 ตัว
พ.ต.ท.กฤษฎา ระบุว่า กล้องสามารถจับภาพได้แทบทุกมุม ตั้งแต่รถวิ่งเข้ามาจากถนนด้านนอกจนถึงภายในวัด โดยใช้เวลาประมาณ 3-4 นาทีก่อนจะไปถึงกุฏิ จึงทำให้มีเวลาเพียงพอที่จะไหวตัวได้ทัน
นอกจากนี้ ยังพบพฤติกรรมผิดสังเกต โดยบริเวณที่สมีโชตินั่งให้ลูกศิษย์เข้าไปกราบไหว้ สามารถดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ และมีทีวีอยู่ประมาณ 3 เครื่อง ขณะนั่งให้พรลูกศิษย์ก็จะคอยมองภาพจากกล้องอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจเป็นเพราะมีความระแวงเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองทำไม่ดี
คาดว่าตอนที่ปฏิบัติกิจบนโต๊ะ น่าเชื่อว่าดูกล้องวงจรปิดไปด้วย ท่านมีความระแวงตลอดเวลา ใครที่เข้าไปกราบไหว้จะเห็นว่าท่านดูกล้องวงจรปิดในทีวี มีช่วงเวลาเดียวที่ไม่ดู คือช่วงฉันข้าว ทำให้ขณะตำรวจเข้าไปจับกุมแล้วเจ้าอาวาสไม่รู้ตัว
ส่วนในวันปฏิบัติการเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่มีทั้งหมายค้นและหมายจับ พร้อมวางแผนเข้าพื้นที่แบบจู่โจมในจังหวะที่อดีตพระกำลังฉันอาหาร เพื่อไม่ให้ตั้งตัวทัน โดยมีการกระจายกำลังทั้งทางบกและทางน้ำ เนื่องจากบริเวณกุฏิสามารถข้ามกำแพงออกไปยังท่าเรือได้ทันที
หลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว อดีตพระมีอาการตกใจ และถามว่า เรื่องอะไร ใครแจ้ง
พ.ต.ท.กฤษฎา ยังเปิดเผยอีกว่า สมีโชติเคยมีภรรยามาก่อน โดยก่อนบวชเป็นคนธรรมะธัมโม เคยเป็นเด็กวัดประมาณ 1 เดือน ก่อนตัดสินใจบวช ขณะเดียวกันก่อนลาบวชก็เคยคบหากับภรรยามาก่อน และยังเคยเป็นร่างทรงด้วย