สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 1 ก.ย. ว่า ทางการสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคอีโบลา ในประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญการระบาดของไวรัสอีโบลาที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์
ทางการระบุว่า ขณะนี้มีผู้ติดเชื้ออีโบลาที่ได้รับการยืนยันแล้วมากกว่า 6,000 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตอย่างน้อย 2,911 ราย ขณะที่มีผู้ป่วยมากกว่า 1,360 ราย ที่หายจากโรคแล้ว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางการดีอาร์คองโกเปิดเผยว่า ไวรัสอีโบลาได้แพร่กระจายเข้าสู่เขตบริหารจัดการด้านสาธารณสุขแห่งใหม่อีก 2 เขตในพื้นที่ภาคตะวันออก ส่งผลให้ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ทั้งหมด 60 เขต
ด้าน องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในดีอาร์คองโกยังไม่สามารถควบคุมได้ และมีแนวโน้มรุนแรงกว่าการระบาดครั้งใหญ่ในแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี 2557-2559 ซึ่งถือเป็นการระบาดของอีโบลาที่ร้ายแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 11,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 29 ส.ค. หน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจรับมือการแพร่ระบาดของอีโบลา ถูกกลุ่มวัยรุ่นติดอาวุธบุกโจมตีบริเวณสถานที่จัดพิธีศพชานเมืองมัมบาซา ในจังหวัดอิตูริ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเดินทางไปดูแลความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้ญาตินำศพกลับไปประกอบพิธีด้วยตนเอง
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนว่า ศพของผู้เสียชีวิตจากโรคอีโบลาอาจมีเชื้อไวรัสในปริมาณสูงและสามารถแพร่เชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในระหว่างการเตรียมศพและการประกอบพิธีศพที่มีผู้คนมารวมตัวกัน จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการจัดการและฝังศพผู้ที่สงสัยว่าติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางส่วนยังไม่เข้าใจเหตุผลของมาตรการดังกล่าว และอาจนำไปสู่การประท้วงหรือความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดีอาร์คองโกได้เริ่มฉีด วัคซีนเออร์เวโบ (Ervebo) ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่แนวหน้า เพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาด โดยวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการป้องกัน ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซาอีร์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบได้ทั่วไปและเคยก่อให้เกิดการระบาดในอดีต
อย่างไรก็ตาม การระบาดครั้งล่าสุดในดีอาร์คองโกเกิดจาก ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูโจ ซึ่งขณะนี้วัคซีนสำหรับสายพันธุ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยและการทดลองทางคลินิก