จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรุนแรง รถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บริเวณแยกบายพาสนางแล ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ทั้งในเรื่องสาเหตุของอุบัติเหตุและความรับผิดชอบของคู่กรณี
ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นพ.กมล (สงวนนามสกุล) ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุ พร้อมด้วย นายสุวิจักขณ์ จันดาพันธ์ รองคณบดี สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ดร.ณัฐดนัย นาจันทร์ อาจารย์สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และรองศาสตราจารย์ นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้แทนจากสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา นพ.กมล ในความผิดฐานขับรถประมาทหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ได้รับอันตรายสาหัส และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
นพ.กมล เปิดเผยถึงเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุว่า ขณะนั้นกำลังขับรถเดินทางกลับจากที่ทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับหอพักภายในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อมาถึงบริเวณแยกบายพาสนางแล ซึ่งเป็นช่วงสัญญาณไฟจราจรสีส้ม ยอมรับว่าด้วยความประมาทและต้องการเดินทางกลับถึงหอพักโดยเร็ว จึงตัดสินใจเร่งเครื่องผ่านสัญญาณไฟ โดยไม่ได้เหยียบเบรก
เจ้าตัวยอมรับว่า ในจังหวะดังกล่าวไม่เห็นรถจักรยานยนต์ของกลุ่มนักศึกษาที่จอดรอสัญญาณไฟแดงอยู่ จนกระทั่งเข้าใกล้จุดชนจึงเห็นรถและพยายามหักหลบ แต่ไม่สามารถหยุดรถหรือหลบได้ทัน ทำให้เกิดการชนอย่างรุนแรง
สำหรับประเด็นเรื่องแอลกอฮอล์ นพ.กมล ยืนยันว่าไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรืออยู่ในอาการมึนเมาขณะเกิดเหตุ เนื่องจากขับรถออกจากที่ทำงานโดยตรง พร้อมระบุว่าผลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นศูนย์
ภายหลังเกิดเหตุ นพ.กมลระบุว่า เมื่อสามารถตั้งสติและตรวจสอบตัวเองแล้วพบว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงรีบลงจากรถเพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทันที โดยในช่วงแรกพบผู้บาดเจ็บอยู่ในรัศมีสายตา 2 คน รายหนึ่งยังสามารถขยับตัวได้ ส่วนอีกรายนอนนิ่งและไม่มีชีพจร
เจ้าตัวจึงเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่มีอาการหนักที่สุดก่อน โดยพยายามจัดท่าผู้บาดเจ็บและเปิดทางเดินหายใจ เพื่อเตรียมทำ CPR รวมถึงช่วยยกคางและเปิดปาก ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพจะเข้าดำเนินการช่วยเหลือต่อ
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่า นพ.กมลพูดขอความเห็นใจเกี่ยวกับอนาคตการทำงานหลังเกิดเหตุ เจ้าตัวยอมรับว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าตนพูดข้อความดังกล่าวหรือไม่ หรืออาจเป็นการสื่อสารที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ยืนยันว่าในสถานการณ์ขณะนั้นไม่ได้มีเจตนาที่จะสื่อสารในลักษณะดังกล่าว
นพ.กมลกล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เดินทางไปร่วมงานศพของผู้เสียชีวิต พร้อมช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพเบื้องต้น และพยายามพูดคุยขอโทษกับครอบครัวของผู้สูญเสียอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงแรกครอบครัวอาจยังไม่พร้อมพูดคุยหรือเจรจา จึงต้องเว้นระยะห่างและให้เวลาแก่ครอบครัว
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่าจะไม่หลบหนีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย รวมถึงยินดีรับผิดชอบและเยียวยาความเสียหายให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ จนกว่าครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจะพอใจ
ด้าน ดร.ณัฐดนัย นาจันทร์ อาจารย์สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ คณะและผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้ลงพื้นที่และติดตามสถานการณ์ตั้งแต่วันแรก โดยในระยะแรกให้ความสำคัญกับการประสานงานเพื่อนำร่างของนักศึกษาที่เสียชีวิตทั้ง 2 รายกลับภูมิลำเนา
ส่วนการดำเนินการด้านกฎหมาย สำนักวิชานิติศาสตร์ได้รับมอบหมายจากคณบดีให้เข้ามาดูแลและบริหารจัดการในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามคดีอาญาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย รวมถึงประสานดูแลเรื่องสวัสดิการ ประกันชีวิต และเงินชดเชยต่าง ๆ ที่นักศึกษาผู้เสียชีวิตมีสิทธิได้รับ
ขณะที่ นายสุวิจักขณ์ จันดาพันธ์ รองคณบดี สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่า สำนักวิชาฯ ได้มอบหมายทีมทนายความซึ่งเป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตในการเจรจาและเรียกร้องค่าเสียหายตามสิทธิทางกฎหมาย พร้อมขอบคุณครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ให้ความไว้วางใจให้สำนักวิชานิติศาสตร์เข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว
นายสุวิจักขณ์ยืนยันด้วยว่า มหาวิทยาลัยจะไม่ให้ความช่วยเหลือหรือปกป้องผู้กระทำผิดเพียงเพราะเป็นบุคลากรหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเดียวกัน โดยข้อเท็จจริงและความรับผิดจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
ด้าน รองศาสตราจารย์ นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ ผู้แทนจากสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และผู้บังคับบัญชาของ นพ.กมล แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่า มหาวิทยาลัยมีนโยบายชัดเจนในการดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย หากบุคลากรกระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบและให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยจะไม่มีการช่วยเหลือในทางที่ไม่ถูกต้องหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง
สำหรับอาการของนักศึกษาอีก 1 รายที่ได้รับบาดเจ็บและยังรักษาตัวอยู่ แพทย์ผู้ดูแลระบุว่า ผู้ป่วยมีบาดแผลบริเวณแขนและขาในระดับไม่รุนแรง แต่มีภาวะกระดูกใบหน้าหัก ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งอย่างใกล้ชิด
เบื้องต้นอาการของผู้ป่วยตอบสนองต่อการรักษาได้ดี สัญญาณชีพอยู่ในเกณฑ์คงที่ และไม่พบความผิดปกติทางสมอง โดยแพทย์ประเมินว่าอาการพ้นภาวะอันตรายไปมากกว่าครึ่งแล้ว ขณะเดียวกันศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยมีความพร้อมในการดูแลรักษาอย่างครบถ้วน จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอื่น
คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ โดยจะรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป