วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ทางการเนปาลสั่งระงับปฏิบัติการกู้ภัยชั่วคราวในพื้นที่เขตราสุวา หลังได้รับแจ้งว่าทะเลสาบบริเวณชายแดนจีน-เนปาลเกิดการแตกหรือคันกั้นน้ำพัง ขณะที่ทั้งจีนและเนปาลออกคำเตือนถึงความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ จากทะเลสาบ 2 แห่งที่กำลังมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
นายนาเรนทรา ปาริยาร์ (Narendra Pariyar) ข้าราชการระดับสูงของเขตราสุวา (Rasuwa) ประเทศเนปาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้รับการแจ้งเตือนว่า ทะเลสาบแห่งหนึ่งมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งและคันกั้นน้ำเกิดการแตก โดยเจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างชัดเจนด้วยตนเอง
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองทัพเนปาลรายหนึ่งเปิดเผยว่า ทางการได้ตัดสินใจระงับปฏิบัติการกู้ภัยเป็นการชั่วคราว อย่างน้อย 1 ชั่วโมง 30 นาที เนื่องจากสถานการณ์มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
ด้านตำรวจเนปาลระบุว่า ได้รับข้อมูลว่าทะเลสาบทางฝั่งจีนเกิดการแตกหรือพังลง ส่งผลให้ทางการต้องเร่งแจ้งเตือนประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง
ตำรวจเนปาลระบุว่า “เราขอให้ทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ เจ้าหน้าที่ความมั่นคง รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจช่วยเหลือ และประชาชนทั่วไป เพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม ทั้งเนปาลและจีนได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมครั้งใหม่ในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัย หลังพบว่าทะเลสาบ 2 แห่งที่ก่อตัวขึ้นบริเวณชายแดนของทั้งสองประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงที่จะเกิดการแตกออก
ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นทะเลสาบที่กำลังก่อตัวขึ้นบริเวณจุดที่เกิดธารน้ำแข็งถล่มในเทือกเขาหิมาลัย โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แหล่งน้ำดังกล่าวอาจกลายเป็นต้นเหตุของอุทกภัยครั้งรุนแรงซ้ำอีกครั้งตามแนวชายแดนเนปาล-จีน
ภาพที่ถ่ายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม แสดงให้เห็นแหล่งน้ำใหม่ที่เกิดขึ้นเหนือพื้นที่ประสบภัย อย่างไรก็ตาม เมฆที่ปกคลุมบางส่วนทำให้ยังไม่สามารถมองเห็นเศษซากที่เชื่อว่าเป็นสิ่งปิดกั้นแม่น้ำและทำให้น้ำสะสมอยู่ได้อย่างชัดเจน
หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลออกประกาศเตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ระดับน้ำในทะเลสาบยังคงเพิ่มสูงขึ้น และมีความเป็นไปได้ที่ทะเลสาบจะเกิดการแตก ส่งผลให้ชุมชนที่อยู่ตามพื้นที่ตอนล่างของแม่น้ำโภเตโกศีต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากน้ำท่วมครั้งใหม่
ทางการเนปาลจึงเรียกร้องให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งอยู่ตามแนวลำน้ำตอนล่าง อพยพออกจากพื้นที่และเคลื่อนย้ายไปยังจุดปลอดภัย เนื่องจากมีความกังวลว่า หากมีน้ำไหลเข้ามาเพิ่มเติม อาจทำให้ความเสี่ยงที่ทะเลสาบจะแตกเพิ่มสูงขึ้น และอาจทำให้เกิดคลื่นน้ำจำนวนมากไหลซัดลงสู่พื้นที่ปลายน้ำอีกระลอก
“ขอให้ผู้อยู่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำตอนล่าง... ผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัย และผู้เกี่ยวข้องทุกคน โปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษและอยู่ในที่ปลอดภัย ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำและพื้นที่เสี่ยง”
ขณะที่ทางการจีนเตือนว่า ในช่วง 3 วันข้างหน้า คาดว่าจะมีน้ำปริมาณประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลลงสู่ทะเลสาบที่ถูกกั้นด้วยเขื่อนบริเวณฝั่งชายแดนจีน โดยปริมาณดังกล่าวเทียบเท่ากับน้ำในสระว่ายน้ำโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ และทำให้มีความเสี่ยงสูงที่แนวกั้นดังกล่าวจะพังทลาย โดยคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นถึงจุดสูงสุดประมาณวันที่ 1 กันยายน
สถานีโทรทัศน์ CGTN ของรัฐบาลจีนรายงานว่า การก่อตัวของทะเลสาบที่เกิดจากการกั้นทางน้ำได้รับการบันทึกไว้ในภาพถ่ายทางอากาศโดยทีมกู้ภัยของจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยภาพแสดงให้เห็นมวลน้ำสีน้ำตาลที่สะสมอยู่ภายในแอ่งน้ำและไม่พบทางระบายออกที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
น้ำได้ท่วมพื้นที่พุ่มไม้และต้นไม้แล้ว อีกทั้งยังดูเหมือนกำลังดันเข้าหาแนวกั้นซึ่งประกอบด้วยเศษซากและก้อนหิน ขณะที่ยังมีการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่
สื่อของรัฐบาลจีนรายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนว่า การพยากรณ์ปริมาณฝนในช่วงสัปดาห์ข้างหน้าจะยิ่งทำให้สถานการณ์และภัยคุกคามจากทะเลสาบดังกล่าวรุนแรงมากขึ้น
จู จินเฟิง นักวิจัยจากแผนกอุทกวิทยา กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลว่า "ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน