อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว! อาเซียน แถลงการณ์ทันที หลัง ตะวันออกกลาง ทวีความรุนแรง
ข่าวต่างประเทศ

อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว! อาเซียน แถลงการณ์ทันที หลัง ตะวันออกกลาง ทวีความรุนแรง

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้อกมาโพสต์ประกาศแถลงการณ์ ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก Piti Srisangnam อาเซียน ฟิลิปปินส์ 2026 แถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ประกาศดังกล่าว

1. เราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการทวีความรุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลางภายหลังการโจมตีที่อิสราเอลและสหรัฐอเมริการิเริ่มขึ้นต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และการโจมตีตอบโต้ในเวลาต่อมาโดยสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต่อหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงราชอาณาจักรบาห์เรน ราชอาณาจักรฮาเชมิตแห่งจอร์แดน รัฐคูเวต สุลต่านแห่งโอมาน รัฐกาตาร์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย สาธารณรัฐอาหรับซีเรีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งยังคงเพิ่มความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือน ตลอดจนสันติภาพและความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก เราเรียกร้องให้ทุกประเทศเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter)

2. การบานปลายของสถานการณ์นี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่ รวมถึงการริเริ่มไกล่เกลี่ยโดยรัฐสุลต่านโอมาน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อหาทางออกโดยการเจรจา

3. เราเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยุติการสู้รบโดยทันที และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุด หลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก และแก้ไขความขัดแย้งผ่านทางการทูตและการเจรจาเพื่อรักษาผลประโยชน์ในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

4. เรายืนยันอีกครั้งถึงพันธกรณีของทุกรัฐในการแก้ไขความขัดแย้งของตนด้วยวิธีการสันติ และเคารพในอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของทุกชาติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ นอกจากนี้ เรายังย้ำอีกครั้งถึงพันธกรณีในการปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในความขัดแย้งทางอาวุธให้สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

5. เราขอย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พลเมืองอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ ตามปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยแนวทางการให้ความช่วยเหลือทางกงสุลโดยคณะผู้แทนประเทศสมาชิกอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น และแนวทางการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินโดยคณะผู้แทนอาเซียนในประเทศที่สามแก่พลเมืองของประเทศสมาชิกอาเซียนในสถานการณ์วิกฤต