สิ้นพระชนม์แล้ว ชีคฮาหมัด บิน คาลิฟา อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ สิริพระชนมายุ 74 พรรษา
สิ้นพระชนม์แล้ว ชีคฮาหมัด บิน คาลิฟา อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ สิริพระชนมายุ 74 พรรษา
ข่าวต่างประเทศ

สิ้นพระชนม์แล้ว ชีคฮาหมัด บิน คาลิฟา อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ สิริพระชนมายุ 74 พรรษา

ฟังข่าวนี้

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ Associated Press กาตาร์ ได้รายงานข่าวเศร้า การสิ้นพระชนม์ของ ชีคฮาหมัด บิน คาลิฟา อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ สิริพระชนมายุ 74 พรรษา โดยไม่ได้มีการเปิดเผยถึงสาเหตุของการสิ้นพระชนม์ในครั้งนี้

ชีคฮาหมัดทรงดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ระหว่างปี พ.ศ. 2538-2556 (ค.ศ. 1995-2013) และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ พระองค์ทรงเป็นผู้ขับเคลื่อนให้กาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย ก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลกในด้านพลังงาน การลงทุน สื่อ และการทูต

ภายใต้การนำของพระองค์ กาตาร์ได้ใช้รายได้มหาศาลจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพื่อขยายอิทธิพลไปทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในทรัพย์สินสำคัญ อาทิ ห้างสรรพสินค้า Harrods ในกรุงลอนดอน การก่อตั้งเครือข่ายสำนักข่าว อัลญะซีเราะฮ์ (Al Jazeera) ซึ่งกลายเป็นสื่อที่มีอิทธิพลระดับโลก และการผลักดันสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสายการบินชั้นนำของโลก

นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงเป็นผู้ริเริ่มและวางรากฐานสำคัญที่ทำให้กาตาร์ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งถือเป็นมหกรรมกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอย่างมหาศาล

ในปี พ.ศ. 2556 (ค.ศ. 2013) ชีคฮาหมัดทรงสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสละราชสมบัติโดยสมัครใจ และส่งมอบอำนาจให้แก่พระโอรส ชีคทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 33 พรรษา นับเป็นการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ก่อนหน้าที่จะขึ้นครองอำนาจ ชีคฮาหมัดทรงเคยศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยทหารบก Sandhurst ของสหราชอาณาจักร และทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนที่จะทรงเข้ายึดอำนาจจากพระราชบิดา ชีคคอลิฟา บิน ฮาหมัด อัล ธานี ในการรัฐประหารที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อเมื่อปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995)

ในด้านนโยบายต่างประเทศ พระองค์ทรงผลักดันให้กาตาร์มีบทบาทเป็นคนกลางสำคัญในการเจรจาความขัดแย้งในหลายพื้นที่ ทั้งในซูดาน เลบานอน ปาเลสไตน์ และอัฟกานิสถาน รวมถึงการเปิดสำนักงานการเมืองของกลุ่มตาลีบันในกรุงโดฮา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นเวทีสำคัญของการเจรจากับสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างประเทศที่เป็นอิสระ รวมถึงความสัมพันธ์กับอิหร่าน กลุ่มฮามาส และกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ได้ทำให้กาตาร์เผชิญกับความตึงเครียดกับหลายประเทศในภูมิภาค จนนำไปสู่การคว่ำบาตรจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และอียิปต์ในเวลาต่อมา

แม้จะทรงวางมือจากอำนาจมานานกว่าทศวรรษ แต่บทบาทของชีคฮาหมัดยังคงได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้วางรากฐานสำคัญที่ทำให้กาตาร์กลายเป็นประเทศที่มีอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การเมือง และการทูตบนเวทีโลกในปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ