เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังแหล่งข่าวใกล้ชิดสองรายเปิดเผยว่า อิสราเอลได้ส่งมอบข้อมูลข่าวกรองแก่สหรัฐอเมริกา ระบุว่าอิหร่านได้วางแผนที่จะลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่เพิ่มแรงกดดันต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอยู่แล้ว
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีทรูธ โซเชียลส่วนตัว @RealDonaldTrump อย่างดุดัน โดยระบุว่า "ขีปนาวุธ 1,000 ลูก ถูกเตรียมพร้อมและเล็งเป้าไปที่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านแล้ว และยังมีอีกหลายพันลูกที่จะตามมาในทันที หากรัฐบาลอิหร่านลงมือปฏิบัติตามคำขู่ที่ได้ประกาศไว้ในหลายพื้นที่ทั่วโลก เพื่อสังหาร หรือ พยายามสังหาร ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่กำลังดำรงตำแหน่ง ซึ่งในกรณีนี้คือ 'ผม'! คำสั่งได้ถูกออกไปแล้ว และกองทัพสหรัฐฯ มีความพร้อม เต็มใจ และมีศักยภาพที่จะดำเนินปฏิบัติการเป็นระยะเวลา 1 ปี (และอาจขยายเวลาได้) เพื่อทำลายล้างและทำให้ทุกพื้นที่ของอิหร่านพินาศโดยสิ้นเชิง — ‘สรรเสริญแด่อัลลอฮ์!’ - ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์"
สำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึง 'นิวยอร์กโพสต์' ได้รายงานเพิ่มเติมว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในรายชื่อสังหารของกรุงเตหะรานมานานแล้ว นับตั้งแต่การโจมตีพลเอกคาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ โดยเขายังเปิดเผยว่าได้ทิ้งคำสั่งไว้ให้โจมตีอิหร่านอย่างหนักหน่วง หากแผนการลอบสังหารเขาประสบความสำเร็จ "สิ่งเดียวที่ผมทำคือ ผมได้สั่งการไว้แล้วว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้ทิ้งระเบิดใส่พวกเขาอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน" ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ปฏิเสธรายงานล่าสุดที่ว่าอิสราเอลได้ตรวจพบแผนการใหม่ของอิหร่านที่จะกำจัดเขา โดยยืนยันว่าไม่มีแผนการใหม่ดังกล่าว "ไม่ ไม่ อิสราเอลไม่ได้เสนออะไรมาเลย ผมเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในรายชื่อสังหารของอิหร่าน มานานแล้ว และมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ" เขากล่าวเน้นย้ำ
ชมคลิป