วันที่ 3 มีนาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ออกเอกสารชี้แจงวัตถุประสงค์ของอิสราเอลในการร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา เพื่อโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุด พร้อมอธิบายเหตุผลด้านความมั่นคงและมาตรการดูแลแรงงานไทยในอิสราเอล
เนื้อหาระบุว่า ขณะนี้อิสราเอลกำลังเผชิญหน้ากับระบอบการปกครองของอายาตอลเลาะห์ คาเมเนอี ในอิหร่านที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลมีวัตถุประสงค์ชัดเจนในการขจัดภัยคุกคามจากอิหร่าน ซึ่งรวมถึงความพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ การขยายโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลอย่างรวดเร็ว และการสนับสนุนเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายที่เป็นตัวแทนของอิหร่านทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ อิสราเอลยังระบุว่า ต้องการเปิดโอกาสให้ประชาชนชาวอิหร่านสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้ โดยปราศจากระบอบการปกครองที่ประกาศอย่างเปิดเผยให้ทำลายล้างประเทศอิสราเอล
อิสราเอลประเมินว่า แม้การดำเนินการทางทหารจะมีความเสี่ยง แต่การไม่ดำเนินมาตรการใด ๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่า เนื่องจากอิหร่านอาจพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธจนไม่สามารถขจัดภัยคุกคามได้ โดยระบุว่าอิหร่านได้ย้ายองค์ประกอบสำคัญของโครงการนิวเคลียร์และโครงสร้างพื้นฐานการผลิตขีปนาวุธลงใต้ดินอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันการถูกทำลาย
อิสราเอลจึงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกา และเปิด ปฏิบัติการสิงโตคำราม เพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านที่คุกคามอิสราเอลมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายทางการทหาร ได้แก่ โครงการนิวเคลียร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านขีปนาวุธ และองค์ประกอบของอุตสาหกรรมการทหารของอิหร่าน
เอกสารยังระบุว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อิหร่านได้เรียกร้องอย่างเปิดเผยให้กำจัดอิสราเอล พร้อมดำเนินการต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทั้งการพัฒนาศักยภาพอาวุธนิวเคลียร์ การเร่งโครงการขีปนาวุธ และการสนับสนุนเครือข่ายก่อการร้ายในภูมิภาค อิสราเอลจึงตัดสินใจร่วมกับสหรัฐอเมริกาในปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อขจัดภัยคุกคามและคุ้มครองความปลอดภัยของพลเมืองของตน
อิสราเอลยังระบุว่า การที่อิหร่านโจมตีหลายประเทศในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวและบทบาทสำคัญของอิหร่านต่อความไม่มั่นคงในภูมิภาค
ในส่วนของแรงงานไทย อิสราเอลยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของแรงงานไทยที่พำนักอยู่ในประเทศ โดยได้จัดตั้งระบบสนับสนุนต่าง ๆ ได้แก่ สายด่วนฉุกเฉินภาษาไทย การส่งข้อความแจ้งเตือนทันที และคำแนะนำด้านความปลอดภัยเป็นภาษาไทยไปยังโทรศัพท์มือถือโดยตรง รวมถึงเผยแพร่วิดีโอแนะนำการปฏิบัติตนเมื่อเกิดสัญญาณเตือนภัยหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
หน่วยงานด้านประชากรและตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงกระทรวงแรงงานของอิสราเอล ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างทันท่วงที และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
อิสราเอลย้ำว่า จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อดูแลและปกป้องแรงงานชาวไทยให้ปลอดภัย โดยถือว่าการคุ้มครองดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบที่มีลำดับความสำคัญสูงสุด
