ดร.แก้ว สู้ไม่ถอย! ร้อง ป.ป.ช. สอบเส้นทางการเงินเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โต้ข่าวลือพ้นเก้าอี้กรรมาธิการ พร้อมส่งทนายฟ้องสื่อบิดเบือน
ดร.แก้ว สู้ไม่ถอย! ร้อง ป.ป.ช. สอบเส้นทางการเงินเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โต้ข่าวลือพ้นเก้าอี้กรรมาธิการ พร้อมส่งทนายฟ้องสื่อบิดเบือน
ข่าวสังคม - โซเชียล

ดร.แก้ว สู้ไม่ถอย! ร้อง ป.ป.ช. สอบเส้นทางการเงินเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โต้ข่าวลือพ้นเก้าอี้กรรมาธิการ พร้อมส่งทนายฟ้องสื่อบิดเบือน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินจำนวน 500,000 บาท ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการได้สิทธิเข้าเรียนหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 30 ของสถาบันพระปกเกล้า ระหว่าง ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร กับ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ก่อนหน้านี้ ดร.แก้ว ได้เข้าร้องเรียนต่อ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยระบุว่าได้ส่งมอบเงินผ่านตัวแทนซึ่งเป็นตำรวจยศร้อยเอก แต่ท้ายที่สุดไม่มีรายชื่อเข้าเรียนและไม่ได้รับเงินคืน ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงไว้ที่สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์

ล่าสุด ดร.แก้ว ออกมาชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับสถานะการดำรงตำแหน่ง โดยยืนยันว่าข่าวที่ระบุว่าตนถูกปลดออกจากตำแหน่ง หรือขาดคุณสมบัติจากกรณีเป็นบุคคลล้มละลายนั้นไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่าตนไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุก และไม่ได้ถูกปลดจากตำแหน่งแต่อย่างใด

ดร.แก้ว ระบุว่า การหยุดปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมาธิการตำรวจเป็นการตัดสินใจของตนเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความบริสุทธิ์ใจในระหว่างที่ข้อพิพาทยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมตั้งข้อสังเกตไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของคู่กรณีว่า เหตุใดจึงยังไม่มีคำสั่งให้คู่กรณีหยุดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกัน

สำหรับแนวทางดำเนินการหลังจากนี้ ดร.แก้ว เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของคู่กรณีซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง

ขณะเดียวกัน ดร.แก้ว ได้รับหนังสือเชิญจากคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและรายละเอียดการแจ้งความดำเนินคดี โดยมีกำหนดเข้าชี้แจงในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569

ส่วนกรณีการพิจารณาของคณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรนั้น มีรายงานว่าที่ประชุมมีมติไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา เนื่องจากเห็นว่าข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอประกอบการพิจารณา อีกทั้งคู่กรณีเคยมีการพูดคุยและถอนแจ้งความกันไปก่อนหน้านี้

ด้าน นายเอกพนธ์ เมฆาสวัสดิ์ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก ดร.แก้ว ได้ออกหนังสือถึงบรรณาธิการและสำนักข่าวต่าง ๆ เพื่อขอให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าหากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือมีเนื้อหาในลักษณะชี้นำจนทำให้เกิดความเสียหาย จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญา

ทนายความระบุเพิ่มเติมว่า ข้อพิพาทดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวที่สามารถยอมความได้ และคู่กรณีได้ดำเนินการยุติข้อพิพาทในส่วนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว พร้อมเรียกร้องให้สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องและรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือสร้างความเสียหายแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ทั้งนี้ ประเด็นข้อพิพาทและข้อกล่าวหาต่าง ๆ ยังคงเป็นข้อมูลจากคู่กรณีแต่ละฝ่าย ขณะที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการตามกฎหมายยังคงต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ