วันนี้ (25 ส.ค. 2569) สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 นายภูเทพ ทวีโชติธนากุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสืบสวนและกิจการพิเศษ และนายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว ๒ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว ๒ สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พร้อมงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5) ที่ 15/2569 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2569 รายสิบตำรวจโท อภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งบุคคลใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานปลอมเอกสาร ฐานปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ฐานใช้เอกสาร เอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการปลอม ฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้สิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบ

ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ฐานลักทรัพย์และฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและในสถานที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 264, 265, 268 ประกอบมาตรา 264, 265, 269/5, 269/7, 334, 335 (1) (8) ประกอบมาตรา 91 และฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (1) และ (5) เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ราชการ งานงบประมาณและการเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพฤติการณ์จัดทำฎีกาเบิกจ่ายเงินปลอมเพื่อเบิกเงินงบประมาณของตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และโอนเงินดังกล่าว เข้าบัญชีของตนเองจำนวน ๑๒ ครั้ง ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม ๒๕๖๕ รวมเป็นเงิน ๗,๐๔๙,๘๐๖.๓๖ บาท
จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีมาพักอาศัยและประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนฯ 2 สำนักสืบสวนฯ จึงได้สนธิกำลังกับงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย ร่วมกันจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณบ้านเลขที่ 70/17 หมู่ 1 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ภายหลังการจับกุมผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่ฯ ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแจ้งให้ทราบว่า หากท่านพบเห็นการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งเบาะแสมายังสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 1205 เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ
ทั้งนี้ “ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ”