เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 25 ส.ค.2569 ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ทนายเอี้ยง นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ เดินทางเข้าพบ พงส.สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อลงชื่อยืนยันความเป็นผู้เสียหาย หลังมอบหมายให้ทนายความเข้าแจ้งความ กรณีมีชาย 4 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เข้าไปในหมู่บ้านที่พักอาศัย และถ่ายภาพบริเวณบ้าน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 69 เวลาประมาณ 12.30 น. ขณะที่พักอาศัยอยู่บ้านพักในโครงการทาวน์ อเวนิว ซิกซ์ตี้ วิภาวดี 60 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ได้มีรถยนต์พร้อมกลุ่มคนจำนวน 4 คน ได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.มาพบนิติบุคคลหมู่บ้านฯ เพื่อส่งเอกสารขอข้อมูลการทำธุรกรรมการโอนเงินบัญชีของนิติบุคคลหมู่บ้านฯ

เมื่อเสร็จภารกิจแล้วกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้เดินทางกลับในทันที แต่ได้ทำการขับรถยนต์เข้าไปภายในบริเวณซอยที่เป็นที่ตั้งของบ้านพักพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) โดยมิได้แจ้งหรือขออนุญาต และมิได้แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าไปยังบริเวณดังกล่าว และไม่ได้แจ้งขออนุญาติทางเจ้าหน้านิติบุคคลตามขั้นตอน และไม่ได้รับอนุญาตจากนิติบุคคลหมู่บ้าน โดยพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีพฤติกรรมผิดปกติ โดยมีการขับรถถอยหลัง เดินหน้า สลับกันลักษณะชะลอรถเหมือนสังเกตุการณ์ แอบบันทึกภาพหรือวีดีโอหรือแอบถ่ายรูปบุคคลภายในบ้าน ในลักษณะข่มขู่คุกคาม อันเป็นการละเมิดกฎหมาย
อีกทั้งยังพบความผิดปกติของกลุ่มชายดังกล่าวที่มีพฤติกรรมพยายามสอบถามข้อมูลส่วนตัวของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) ในทำนองว่าพักอาศัยอยู่ในบ้านหรือไม่ ในบ้านมีผู้พักอาศัยอยู่จำนวนกี่คน และสอบถามถึงลูกบ้านคนอื่นๆ ที่พักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงบ้านพักของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) แต่ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านฯ ยืนยันว่าไม่สามารถให้ข้อมูลได้เพราะเป็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ใช่ข้อมูลที่ขอตามที่ระบุในหนังสือของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบใดๆ ที่เกี่ยวกับการพักอาศัยของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก)
จากพฤติกรรมดังกล่าวของกลุ่มชายทั้ง 4 คนที่แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ในวันนี้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล (บิ๊กโจ๊ก) พร้อมทนายความ จึงเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เพื่อให้สอบสวนการกระทำดังกล่าว หากสอบสวนแล้วพบเป็นการกระทำความผิดใด ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายกับ ชายทั้ง 4 คนและบุคคลอื่นเกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด และร้องขอให้พนักงานสอบสวนให้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุที่แสดงถึงพฤติกรรมของชายทั้ง 4 คน และขอให้มีหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาทำการสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป
นายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความ กล่าวว่า จากการพูดคุยกับนิติบุคคลของหมู่บ้าน ทำให้ทราบว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวเดินทางมาเพื่อส่งเอกสารและขอข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ โดยตรง ดังนั้น เมื่อดำเนินการพูดคุยและส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว ภารกิจของเจ้าหน้าที่ก็น่าจะสิ้นสุดและควรเดินทางกลับ แต่กลับพบว่ามีพฤติการณ์เข้าไปในพื้นที่บริเวณบ้านพักของพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์
การเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวมีข้อสงสัยว่าเป็นการเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากไม่มีการขออนุญาตจากเจ้าของบ้าน และไม่ได้ขออนุญาตจากนิติบุคคลของหมู่บ้านที่จะเข้าไปภายในพื้นที่ดังกล่าว โดยจากการตรวจสอบคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ เห็นว่าพฤติการณ์ไม่น่าจะเป็นเพียงการเข้าไปกลับรถ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวสามารถกลับรถได้โดยไม่จำเป็นต้องขับรถเข้าไปในพื้นที่ด้านในของหมู่บ้าน
พฤติการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้อยู่อาศัยภายในหมู่บ้านเกิดข้อสงสัยและเชื่อได้ว่า อาจมีเจตนาหรือพฤติการณ์อื่นนอกเหนือจากการเดินทางมาส่งเอกสาร ตนจึงนำข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีเจตนาอย่างไร
สำหรับขั้นตอนหลังจากการแจ้งความร้องทุกข์ในวันนี้ ทนายความกล่าวว่า จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนบุคคลทั้ง 4 คน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อและยังต้องตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จริงหรือไม่ รวมถึงเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานใด และมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยตำรวจจะต้องเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ เพื่อสอบถามถึงเหตุผลและวัตถุประสงค์ในการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว