วันที่ 28 ส.ค. 69 ที่ ชั้น 16 อาคารพิทักษ์สันติ บช.ก. พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยรายละเอียดหลังการจับกุมและสอบปากคำ นายประวิทย์ จารุรัชกุล อดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย หรือนายกเฮง และ นางนวพร เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ โดยระบุว่าผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งนายเฮงยังให้การภาคเสธ แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยข้อมูลบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายผู้ต้องหามาให้การเพิ่มเติมและนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 กันยายนนี้
สำหรับแนวทางการสอบสวนพบว่ารูปแบบขบวนการนี้มีการทำงานที่เป็นระบบโดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน มีพฤติการณ์เปิดรับโควตาผู้ที่อยากรับราชการส่งขึ้นไปเป็นเส้นสาย ซึ่งพบว่ามีลักษณะเช่นนี้กระจายอยู่หลายจังหวัด

ส่วนกรณีที่มีคำถามจากสังคมว่าทำไมถึงให้ประกันตัวผู้ต้องหา พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ระบุว่า คดีที่จังหวัดศรีสะเกษมีผู้เสียหายมาร้องเรียนเบื้องต้นเพียง 1 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 650,000 บาท ซึ่งตามข้อกฎหมายหากไม่ให้ประกันตัว จะมีเวลาควบคุมตัวทำสำนวนเพียง 48 วัน แต่หากปล่อยตัวชั่วคราว พนักงานสอบสวนจะมีเวลาทำงานถึง 6 เดือน ทำให้สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น อีกทั้งในทางกฎหมาย ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ที่มีสิทธิ์ประกันตัวเพื่อไปต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม

จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีผู้เสียหายที่ไปแจ้งความตามโรงพักต่าง ๆ อีกกว่า 40 คน และเมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดคาดว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 100 คน ในจำนวนนั้นมี 57 คน ที่จ่ายเงินและได้ตำแหน่ง ส่วนอีกกว่า 40 คน เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่ได้เงินคืนและไม่ได้ตำแหน่ง ซึ่งผู้เสียหายกลุ่มนี้ให้การว่าได้นำเงินสดไปมอบให้นายเฮง

ส่วนขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีทุจริตเกี่ยวกับการรับราชการ สำนวนใหญ่จะอยู่ในอำนาจการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งปัจจุบัน ป.ป.ช. ได้แต่งตั้ง พลตำรวจตรีประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และ พลตำรวจตรีพัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) ร่วมเป็นคณะไต่สวนด้วย ทำให้การประสานข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้เสียหายที่ต้องการความรวดเร็วสามารถเดินทางมาร้องเรียนกับตำรวจ บก.ปปป. หรือกองปราบฯ ได้ทันที โดยตำรวจจะทำคดีคู่ขนานควบคู่ไปกับ ป.ป.ช.
พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ยืนยันว่า การทำงานของ ป.ป.ช. จะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ซึ่งเชื่อมั่นว่าคดีนี้จะสามารถขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับกรมได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมขยายผลไปยังตัวละครใหม่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มของ นายพิชิต ทั้งพรม หนึ่งในผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นที่เคยถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลทางการสืบสวน

สำหรับกลุ่มบุคคลที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าใครเป็นใคร และอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการให้ลาออกหรือสั่งให้ออกจากราชการ และยืนยันอีกว่าคดีนี้ไม่มีแรงกดดันหรือการแทรกแซงทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา