ญาติคาใจ! เปิดไทม์ไลน์ น้องอ้อ 8 ชั่วโมงสุดท้าย ก่อนเสียชีวิตกะทันหัน ด้าน รพ. ยอมรับปัญหาสุดสะเทือนใจ
ญาติคาใจ! เปิดไทม์ไลน์ น้องอ้อ 8 ชั่วโมงสุดท้าย ก่อนเสียชีวิตกะทันหัน ด้าน รพ. ยอมรับปัญหาสุดสะเทือนใจ
ข่าวสังคม - โซเชียล

ญาติคาใจ! เปิดไทม์ไลน์ น้องอ้อ 8 ชั่วโมงสุดท้าย ก่อนเสียชีวิตกะทันหัน ด้าน รพ. ยอมรับปัญหาสุดสะเทือนใจ

ฟังข่าวนี้

เกิดข้อสงสัยและกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับขั้นตอนการส่งต่อและการรักษาผู้ป่วย ภายหลัง น.ส.วิราพัตร หรือ น้องอ้อ อายุ 37 ปี บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด ภายในโรงพยาบาลกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเศร้าโศกของครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนใกล้ชิด โดยครอบครัวได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านพัก หมู่ 4 ต.ประดาง อ.วังเจ้า จ.กำแพงเพชร

ภายหลังการเสียชีวิต ญาติและเพื่อนร่วมงานยังคงติดใจเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งตัวและกระบวนการรักษาในช่วงก่อนที่อาการจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต โดยต้องการทราบว่ามีความล่าช้าในขั้นตอนใดหรือไม่ ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงและทรุดลงอย่างรวดเร็ว

จากข้อมูลของญาติ ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 น้องอ้อเริ่มมีอาการวูบ เหนื่อยหอบ และหายใจไม่สะดวก จึงเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนเมืองกำแพง โดยแพทย์ตรวจพบระดับออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 88% ขณะที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบว่าหัวใจเต้นเร็ว 125 ครั้งต่อนาที และผลตรวจเลือด Trop I ให้ผลเป็นบวกที่ระดับ 0.501 ng/mL

จากอาการและผลตรวจดังกล่าว แพทย์โรงพยาบาลเอกชนจึงตั้งข้อสงสัยว่าน้องอ้ออาจมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด ประกอบกับพบภาวะซีดจากเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ จึงพิจารณาส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรตามสิทธิการรักษา

ต่อมา วันที่ 17 สิงหาคม เวลาประมาณ 11.32 น. น้องอ้อถูกนำตัวส่งถึงห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกำแพงเพชร โดยการตรวจสัญญาณชีพแรกรับพบว่า อุณหภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียส ความดันโลหิต 117/82 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 118 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 22 ครั้งต่อนาที และระดับออกซิเจนในเลือด 91%

หลังรับตัว ทีมแพทย์โรงพยาบาลกำแพงเพชรดำเนินการตรวจเพิ่มเติม ทั้งการเจาะเลือด การเอกซเรย์ทรวงอก ให้ออกซิเจนผ่านหน้ากาก ให้น้ำเกลือ และเตรียมเลือดเพื่อแก้ไขภาวะซีด พร้อมปรึกษาแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวชเพื่อร่วมประเมินอาการ

กระทั่งเวลาประมาณ 17.17 น. แพทย์สูตินรีเวชเข้าตรวจและทำอัลตราซาวด์บริเวณหน้าท้อง พบเนื้องอกมดลูก แต่ไม่พบของเหลวหรือน้ำในช่องท้อง จึงประเมินอาการในขณะนั้นว่าเกี่ยวข้องกับเนื้องอกมดลูกและภาวะซีด โดยมีแผนให้เลือดจำนวน 1 ยูนิตที่ห้องฉุกเฉิน พร้อมให้ยาบำรุงเลือด ยาแก้ปวด และยาหยุดเลือดจากช่องคลอด

อย่างไรก็ตาม เวลาประมาณ 17.30 น. ขณะที่น้องอ้อกำลังปัสสาวะบนเตียง ได้เกิดอาการหน้ามืด วูบ และมีอาการเกร็งทั่วร่างกายนานประมาณ 30 วินาที ตามด้วยเหงื่อออก ตัวเย็น และหายใจเหนื่อย ขณะนั้นวัดความดันโลหิตได้ 128/100 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 90 ครั้งต่อนาที และระดับน้ำตาลปลายนิ้ว 94 mg%

ทีมแพทย์จึงเร่งเพิ่มออกซิเจนผ่านหน้ากากเป็น 15 ลิตรต่อนาที พร้อมติดตามระดับออกซิเจนและประสานขอส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์โดยเร่งด่วน แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ป่วยหายใจเร็วขึ้นเป็น 30 ครั้งต่อนาที แพทย์จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ

จากนั้นระดับความรู้สึกตัวของน้องอ้อลดลงจนไม่สามารถวัดความดันโลหิตได้ ขณะที่ชีพจรเพิ่มขึ้นเป็น 135 ครั้งต่อนาที ทีมแพทย์จึงให้ยากระตุ้นความดันโลหิตผ่านทางหลอดเลือดดำ พร้อมประสานย้ายผู้ป่วยเข้าหอผู้ป่วยหนัก หรือไอซียู

กระทั่งเวลา 18.13 น. น้องอ้อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เร่งทำการกู้ชีพ ทั้งการปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นหัวใจ จนสามารถทำให้หัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง

ภายหลังหัวใจกลับมาเต้น ทีมแพทย์ได้ปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจและทำการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ ก่อนพบหลักฐานของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด จึงตัดสินใจให้ยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางหลอดเลือดดำทันที เพื่อพยายามช่วยชีวิตผู้ป่วย

แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เวลา 18.24 น. หรือเพียงประมาณ 11 นาทีหลังจากนั้น น้องอ้อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นซ้ำอีกครั้ง ทีมแพทย์ยังคงทำการกู้ชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นหัวใจ ก่อนดำเนินการช่วยเหลือจนถึงเวลา 19.53 น. แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ และน้องอ้อเสียชีวิตในที่สุด

หลังการเสียชีวิต แพทย์ได้อธิบายสถานการณ์ อาการ และพยากรณ์โรค รวมถึงขั้นตอนการกู้ชีพให้ครอบครัวรับทราบ พร้อมประสานแพทย์นิติเวชเพื่อดำเนินการชันสูตรศพ โดยผลการชันสูตรพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดทั้งสองข้าง สอดคล้องกับสาเหตุการเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด

ต่อมา ญาติและเพื่อนร่วมงานของน้องอ้อเดินทางไปยังโรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการรักษาและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด โดยมี นพ.สมเพ็ง โชคเฉลิมวงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร ด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมด้วยคณะแพทย์ ร่วมให้การต้อนรับ แสดงความเสียใจ และชี้แจงรายละเอียดไทม์ไลน์การรักษาแก่ครอบครัว

ด้านโรงพยาบาลกำแพงเพชรยืนยันว่า บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการดูแลน้องอ้อตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษา พร้อมชี้แจงว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลกำลังเผชิญภาระงานจำนวนมาก ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงระบบที่โรงพยาบาลกำลังเร่งหาทางแก้ไข

ภายหลังการรับฟังคำชี้แจง ญาติและเพื่อนร่วมงานได้เดินทางกลับ ขณะที่ในวันถัดมา คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรมีกำหนดเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพที่จังหวัดตาก เพื่อแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อน้องอ้อและครอบครัวอีกครั้ง

กรณีดังกล่าวจึงยังคงเป็นที่จับตาถึงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การเข้ารับการรักษาครั้งแรก การส่งต่อมายังโรงพยาบาลกำแพงเพชร การประเมินอาการ กระทั่งเข้าสู่ภาวะวิกฤตและเสียชีวิต ขณะที่ครอบครัวยังคงต้องการความกระจ่างเกี่ยวกับกระบวนการรักษาและช่วงเวลาสำคัญก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ