อาลัย น้องอ้อ บุคลากร ม.ดัง เสียชีวิตกะทันหัน ในวัย 37 ปี
อาลัย น้องอ้อ บุคลากร ม.ดัง เสียชีวิตกะทันหัน ในวัย 37 ปี
ข่าวสังคม - โซเชียล

อาลัย น้องอ้อ บุคลากร ม.ดัง เสียชีวิตกะทันหัน ในวัย 37 ปี

ฟังข่าวนี้

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการส่งต่อและการดูแลผู้ป่วย หลัง น.ส.วิราพัตร หรือ น้องอ้อ อายุ 37 ปี บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด ที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ญาติมิตร และเพื่อนร่วมงาน โดยครอบครัวได้นำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านพัก หมู่ 4 ต.ประดาง อ.วังเจ้า จ.กำแพงเพชร

ภายหลังเกิดเหตุ ญาติและเพื่อนร่วมงานของผู้เสียชีวิตยังคงติดใจเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งตัวและการดูแลรักษาก่อนที่อาการจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต โดยตั้งข้อสงสัยว่ากระบวนการดังกล่าวมีความล่าช้าหรือไม่ แม้จะเข้าใจว่าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงและอยู่ในภาวะวิกฤต

จากข้อมูลของญาติ ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 น้องอ้อ เริ่มมีอาการวูบ เหนื่อยหอบ และหายใจไม่สะดวก จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนเมืองกำแพง โดยแพทย์ตรวจพบระดับออกซิเจนในเลือดลดลงเหลือ 88% ขณะที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจพบภาวะหัวใจเต้นเร็ว 125 ครั้งต่อนาที และผลตรวจเลือด Trop I เป็นบวกที่ระดับ 0.501 ng/mL

แพทย์จึงสงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด ประกอบกับมีภาวะซีดจากเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ จึงพิจารณาส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรตามสิทธิการรักษา

ต่อมา วันที่ 17 สิงหาคม เวลาประมาณ 11.32 น. ผู้ป่วยถูกนำส่งมายังห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ตรวจวัดสัญญาณชีพแรกรับ พบอุณหภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียส ความดันโลหิต 117/82 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 118 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 22 ครั้งต่อนาที และระดับออกซิเจนในเลือด 91%

ทีมแพทย์ได้เจาะเลือดตรวจเพิ่มเติม ส่งถ่ายภาพรังสีทรวงอก ให้ออกซิเจนผ่านหน้ากาก ให้น้ำเกลือ และเตรียมเลือดเพื่อรักษาภาวะซีด พร้อมทั้งปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชเพื่อร่วมประเมินอาการ

กระทั่งเวลา 17.17 น. แพทย์สูตินรีเวชเข้าตรวจและทำอัลตราซาวด์บริเวณหน้าท้อง พบเนื้องอกมดลูก แต่ไม่พบของเหลวหรือน้ำในช่องท้อง จึงสรุปการวินิจฉัยในขณะนั้นว่า ผู้ป่วยมีเนื้องอกมดลูกร่วมกับภาวะซีด แพทย์วางแผนให้เลือด 1 ยูนิตที่ห้องฉุกเฉิน พร้อมให้ยาบำรุงเลือด ยาแก้ปวด และยาหยุดเลือดจากช่องคลอด

จากนั้นเวลาประมาณ 17.30 น. ขณะที่ผู้ป่วยกำลังปัสสาวะบนเตียง ได้เกิดอาการหน้ามืด วูบ และเกร็งทั่วร่างกายนานประมาณ 30 วินาที มีเหงื่อออก ตัวเย็น และหายใจเหนื่อย ขณะนั้นวัดความดันโลหิตได้ 128/100 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 90 ครั้งต่อนาที และระดับน้ำตาลปลายนิ้ว 94 mg%

ทีมแพทย์จึงเพิ่มออกซิเจนผ่านหน้ากากเป็น 15 ลิตรต่อนาที พร้อมตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดและขอส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์โดยเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม อาการของผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว หายใจเร็วขึ้นเป็น 30 ครั้งต่อนาที แพทย์จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ

ขณะเดียวกันระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วยลดลง ไม่สามารถวัดความดันโลหิตได้ และชีพจรเพิ่มขึ้นเป็น 135 ครั้งต่อนาที ทีมแพทย์จึงให้ยากระตุ้นความดันโลหิตทางหลอดเลือดดำ พร้อมประสานเพื่อย้ายผู้ป่วยเข้าหอผู้ป่วยหนัก หรือไอซียู

กระทั่งเวลา 18.13 น. ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จึงเร่งทำการกู้ชีพด้วยการปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นหัวใจ จนสามารถทำให้หัวใจกลับมาเต้นได้อีกครั้ง ก่อนปรึกษาอายุรแพทย์โรคหัวใจและทำการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจ ผลการตรวจพบลิ่มเลือดอุดตันในปอด แพทย์จึงตัดสินใจให้ยาละลายลิ่มเลือดผ่านทางหลอดเลือดดำทันที เพื่อหวังช่วยชีวิตผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม เวลา 18.24 น. ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นอีกครั้ง ทีมแพทย์ยังคงดำเนินการกู้ชีพอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปั๊มหัวใจและให้ยากระตุ้นหัวใจ จนถึงเวลา 19.53 น. ก่อนผู้ป่วยจะเสียชีวิตลงในที่สุด

หลังจากนั้น แพทย์ได้อธิบายสถานการณ์และพยากรณ์โรค รวมถึงกระบวนการกู้ชีพให้ครอบครัวรับทราบ พร้อมประสานแพทย์นิติเวชเพื่อดำเนินการชันสูตรศพ ผลการชันสูตรพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดทั้งสองข้าง ซึ่งสอดคล้องกับสาเหตุการเสียชีวิตจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด

ต่อมา ญาติและเพื่อนร่วมงานของ น้องอ้อ ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลกำแพงเพชร เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการรักษาและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด โดยมี นพ.สมเพ็ง โชคเฉลิมวงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร ด้านพัฒนาระบบบริการและสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมคณะแพทย์ ร่วมให้การต้อนรับ แสดงความเสียใจ และชี้แจงรายละเอียดไทม์ไลน์การรักษาแก่ญาติ

ด้านโรงพยาบาลกำแพงเพชรยืนยันว่า บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการดูแลผู้ป่วยตลอดช่วงเวลาที่เข้ารับการรักษา พร้อมระบุว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลกำลังเผชิญภาระงานที่หนักหน่วงจากปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเชิงระบบที่โรงพยาบาลกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข

ภายหลังการชี้แจง ญาติและเพื่อนร่วมงานได้เดินทางกลับ ขณะที่ในวันถัดไป คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำแพงเพชรเตรียมเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพที่จังหวัดตาก เพื่อแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสีย น้องอ้อ กับครอบครัวอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ