จากกรณีเพจ ซูเปอร์บี เผยแพร่คลิปขณะตำรวจ สน.คลองตัน ปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจร ก่อนเกิดเหตุแฟนของผู้ขับขี่ ซึ่งเป็น LGBTQ+ เข้ามาโวยวาย ชี้หน้า ด่าทอ และท้าทายตำรวจขอต่อย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สน.คลองตัน สอบถามข้อเท็จจริงจาก ส.ต.อ.ปัญญพัฒน์ อาศัยป่า เจ้าของช่อง “ซูเปอร์บี” และ ส.ต.อ.รัฐธีร์ กุลศิริธัชพงศ์ เจ้าของช่อง “สไปร์ทเดอร์เล็กซ์” ตำรวจชุดปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ
ส.ต.อ.ปัญญพัฒน์ เปิดเผยว่า เหตุเกิดช่วงประมาณเที่ยงวัน บริเวณซอยสุขุมวิท 71 หรือปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนร้องเรียนเรื่องรถจักรยานยนต์เสียงดังอยู่บ่อยครั้ง ตำรวจพบชายขับรถจักรยานยนต์ดัดแปลงท่อไอเสียเสียงดัง จึงเรียกตรวจตามขั้นตอน ก่อนพบความผิด 2 ข้อหา คือไม่มีใบขับขี่และใช้รถที่มีท่อไอเสียเสียงดัง
ตำรวจจึงต้องนำรถไปเก็บไว้ชั่วคราว เพื่อรอผู้มีใบขับขี่มารับรถ และให้เปลี่ยนท่อไอเสียกลับเป็นของเดิมให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ขับขี่ชายยอมรับผิดและให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี

แต่เหตุการณ์กลับบานปลายเมื่อแฟนของผู้ขับขี่ ซึ่งเป็น LGBTQ+ เข้ามาโวยวาย ไม่ยอมให้นำรถไป สน.คลองตัน และต้องการให้ตำรวจออกเพียงใบสั่ง ขณะที่ผู้ขับขี่พยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล ก่อนจะมีการพูดจารุนแรงและท้าทายตำรวจขอต่อยตามที่ปรากฏในคลิป
ตำรวจ ระบุว่า ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความเครียดและอารมณ์สะสม เนื่องจากผู้ขับขี่เพิ่งถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนและได้รับการประกันตัวออกมาเพียง 2-3 วัน ทำให้เมื่อมาเจอการตรวจจับอีกครั้งจึงเกิดความไม่พอใจและนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว
ส่วนพฤติกรรมของแฟนผู้ขับขี่ที่ปรากฏในคลิป ตำรวจยอมรับว่าอาจเข้าข่ายความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงานหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง แต่ตัดสินใจไม่ดำเนินคดีเพิ่มเติม เพราะไม่ต้องการให้เรื่องบานปลาย และเข้าใจว่าอีกฝ่ายอยู่ในอารมณ์ร้อน จึงพยายามพูดคุยและช่วยระงับเหตุ

ท้ายที่สุด มีแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวในพื้นที่เข้ามาช่วยห้ามปรามและดึงตัวออกไป ก่อนผู้ขับขี่จะเดินทางมายัง สน.คลองตัน นำท่อไอเสียเดิมมาเปลี่ยน ปรับระดับเสียงให้ถูกต้องตามกฎหมาย ชำระค่าปรับ และให้เพื่อนที่มีใบขับขี่ถูกต้องมารับรถกลับไป
ด้าน ส.ต.อ.รัฐธีร์ ฝากถึงประชาชนว่า หากต้องพบปะหรือพูดคุยกับตำรวจ ขอให้ใช้เหตุผลและพูดคุยกันด้วยความสุภาพ เพราะการใช้อารมณ์หรือคำพูดดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ อาจทำให้เรื่องเล็ก ๆ จากความผิดจราจร กลายเป็นคดีอาญาได้
ตำรวจทั้งสองนายยืนยันว่า พร้อมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใจเย็น เคารพประชาชน และรับฟังเหตุผลของทุกฝ่าย พร้อมขอให้ประชาชนตั้งสติและพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อไม่ให้ความผิดเล็กน้อยบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่