วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 ชี้แจงกรณีกระแสข่าว ผอ.โรงเรียนกับครูธุรการมีสัมพันธ์กันบริเวณป่าข้างเมรุเผาศพภายในวัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ระบุขณะนี้ได้รับเพียงข้อมูลจากกระแสข่าวและมีแชทหลุดออกมาบางส่วน แต่ยังไม่ถือเป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันยังไม่มีผู้ใดเข้ามาร้องเรียนอย่างเป็นทางการ หากมีการร้องเรียนจะดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผิดว่ากันไปตามผิด
กรณีดังกล่าวเริ่มเป็นที่สนใจ หลังเพจนักสืบเอกชนชื่อดัง บอยนักสืบ เผยแพร่ผลงานการสืบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีชู้สาว โดยสามีเป็นผู้ว่าจ้างให้ติดตามภรรยา ซึ่งมีลูกน้อยวัยประมาณ 4 เดือน และถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์กับ ผอ.โรงเรียน ก่อนพบว่าบริเวณป่าข้างเมรุเผาศพภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ถูกใช้เป็นจุดที่ทั้งสองคนไปพบกัน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่วัดหนองโบสถ์ ต.ตาจง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ปรากฏในภาพจากเพจบอยนักสืบ พบว่าชาวบ้าน ภรรยาคณะกรรมการวัด รวมถึงแม่บ้านของโรงเรียน ต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า เหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่นั้นไม่เป็นความจริง
จากข้อมูลที่ชาวบ้านระบุ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม เวลาประมาณ 17.00-18.00 น. โดยมีรถเก๋งสีดำต้องสงสัยติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมเข้ามาจอดบริเวณข้างวัด ก่อนมีผู้ลงจากรถและถ่ายภาพ ขณะที่บุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพบริเวณป่าข้างเมรุ ก็เป็นคนที่ขับรถเก๋งคันดังกล่าวมาจอด
ภายหลัง บอยนักสืบ ได้เผยแพร่คลิปพร้อมระบุว่าเรื่องดังกล่าวมีหลักฐาน และขอให้ติดตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านพักของครูธุรการหญิงวัย 29 ปี แต่ไม่พบตัว พบเพียงนายเสริม (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ผู้เป็นบิดาของฝ่ายหญิง โดยเปิดเผยว่าสามีของลูกสาวอายุ 40 ปี เป็นชาว จ.ชลบุรี และทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี ขณะที่ลูกสาวทำงานอยู่ใน จ.บุรีรัมย์ ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี และคนเล็กอายุ 7 เดือน

นายเสริมกล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นมากนัก เพราะได้ยินเพียงจากข่าว แต่หากมีการกล่าวอ้างว่าลูกสาวออกจากบ้านในช่วงกลางคืนเป็นประจำ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากลูกสาวพักอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกับตน และที่ผ่านมาไม่เคยเห็นว่าลูกสาวมีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว
ส่วนกรณีที่ลูกเขยนำเงินไปว่าจ้างนักสืบ นายเสริมมองว่า หากนำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้เลี้ยงดูลูกจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพราะที่ผ่านมา ลูกเขยมีการส่งเงินมาช่วยบ้างและบางครั้งก็ไม่ได้ส่ง เนื่องจากลูกเขยมีลูกติดที่ต้องรับผิดชอบอีกทางหนึ่ง

ด้าน ดร.ณัฐนนท์ วิทยาประโคน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 เปิดเผยว่า โรงเรียนที่เกี่ยวข้องเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และขณะนี้มีเพียงรักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น หลังเกิดกระแสข่าว ทางสำนักงานเขตฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เข้าไปสืบเสาะหาข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่พบความผิดปกติ อีกทั้งในวันที่ 19 สิงหาคม รักษาการผู้อำนวยการไม่ได้อยู่ที่โรงเรียน เนื่องจากเดินทางไปสัมมนา
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ เนื่องจากยังไม่มีผู้ใดเข้ามาร้องเรียนอย่างเป็นทางการ แต่หากมีการร้องเรียนเกิดขึ้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ พร้อมดำเนินการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และภาพถ่ายเพียงอย่างเดียวก็ยังไม่สามารถถือเป็นหลักฐานยืนยันว่ามีความผิดได้
ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์ รายงาน