เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานเปิดนิทรรศการศิลปะสะท้อนปัญหาผู้บริโภค SPEAK UP เราต้องไม่ยอมจำนน ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาองค์กรของผู้บริโภคในฐานะตัวแทนภาคประชาชน นับเป็นการจัดนิทรรศการในรูปแบบดังกล่าวเป็นครั้งแรกของประเทศไทย

ภายในงานมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมผู้แทนจาก สคบ. รวมถึง รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค และนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค เข้าร่วมพิธีเปิด
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินหน้านโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบในชีวิตประจำวัน พร้อมกำชับให้หน่วยงานภาครัฐเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อนจากประชาชนให้มากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ สคบ. จึงกำหนดให้การทำงานร่วมกับภาคประชาชนเป็นแนวทางสำคัญ โดยนำปัญหาและข้อร้องเรียนของผู้บริโภคมาพัฒนาเป็นมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติและบังคับใช้ได้จริง รวมทั้งปรับรูปแบบการทำงานให้เป็นเชิงรุกและบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง แทนการรอให้เกิดความเสียหายก่อนจึงเข้าไปแก้ไขเป็นรายกรณี

สำหรับนิทรรศการ SPEAK UP เราต้องไม่ยอมจำนน มีการจัดแสดงผลงานมากกว่า 200 ภาพ ซึ่งนำเรื่องราวและประสบการณ์จริงของผู้บริโภคมาตีความผ่านงานศิลปะ โดย นายบุญเชิด เข็มเงิน ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ได้นำ 4 ประเด็นนโยบายมาถ่ายทอดเป็นภาพเล่าเรื่อง ขณะที่ นางสาวจาริณี เมธีกุล ศิลปินอีกคนหนึ่ง ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับประชาชนมากกว่า 100 คน ก่อนนำคำบอกเล่าและประสบการณ์ที่ได้รับมาสร้างเป็นผลงานอีกชุด
เนื้อหาของนิทรรศการเชื่อมโยงกับ 4 ประเด็นนโยบายที่ภาคประชาชนผลักดันในปี 2569 ได้แก่ การยืนยันตัวตนผู้ขายออนไลน์ การจัดระเบียบสายสื่อสาร การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในท้องถิ่น และการสร้างความเป็นธรรมในสัญญาห้องเช่าและหอพัก
ในส่วนของประเด็นที่อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สคบ. โดยตรง พบว่ามีความคืบหน้าแล้ว โดยเฉพาะการออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาที่ควบคุมสัญญาธุรกิจให้เช่าที่พักอาศัย พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าน้ำ ค่าไฟ และเงินประกันให้มีความเป็นธรรมมากขึ้นสำหรับผู้เช่า รวมถึงข้อเสนอเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ขายออนไลน์ ซึ่ง สคบ. รับไปดำเนินการร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ขณะที่ประเด็นเกี่ยวกับสายสื่อสารและระบบขนส่งสาธารณะ สคบ. จะประสานกับหน่วยงานที่มีอำนาจและหน้าที่โดยตรง เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดความคืบหน้าต่อไป
นางสาวศุภมาส ระบุด้วยว่า ศิลปะสามารถทำให้ประชาชนหยุดมองและตระหนักถึงปัญหาที่สังคมอาจเคยชินจนละเลย โดยเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภคเพียงหนึ่งเรื่อง ไม่ได้สะท้อนปัญหาของคนเพียงคนเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณว่ามีประชาชนอีกจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาเดียวกันและเลือกที่จะไม่ส่งเสียง ดังนั้นจึงต้องการให้ผู้ที่เข้าชมนิทรรศการกลับออกไปด้วยความเข้าใจว่า การออกมาเรียกร้องหรือสะท้อนปัญหาเป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถทำได้
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายให้ สคบ. นำทั้ง 4 ประเด็นจากนิทรรศการไปจัดลำดับความเร่งด่วน และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาสัญญาที่พักอาศัย ซึ่งต้องติดตามการบังคับใช้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบผู้ประกอบการบางรายพยายามหลีกเลี่ยงข้อกำหนดด้วยการปรับเพิ่มค่าเช่า พร้อมกันนี้ยังสั่งการให้เร่งเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนให้สามารถเข้าถึงและดำเนินการได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ด้าน นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า พลังของผู้บริโภคเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แม้คนหนึ่งคนอาจไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อประชาชนรวมตัวกันและส่งเสียงร่วมกัน ก็จะกลายเป็นพลังที่ภาครัฐและสังคมไม่สามารถมองข้ามได้
ขณะที่ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เสียงสะท้อนจากประชาชนไม่ได้เป็นการสร้างปัญหาให้กับเมือง แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยชี้ให้เห็นว่าพื้นที่หรือระบบใดยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อให้การพัฒนาเมืองตอบโจทย์ประชาชนมากยิ่งขึ้น
นางสาวศุภมาส ยังกล่าวขอบคุณสภาองค์กรของผู้บริโภคที่นำปัญหาและเสียงสะท้อนจากประชาชนมาถ่ายทอดให้ภาครัฐเห็นอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่า การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ควรเริ่มต้นเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่ประชาชนกล้าตั้งคำถามและสะท้อนปัญหา
ทั้งนี้ นิทรรศการ SPEAK UP เราต้องไม่ยอมจำนน เปิดให้ประชาชนเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 18-30 สิงหาคม 2569 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 3 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ส่วนประชาชนที่พบปัญหาหรือถูกเอารัดเอาเปรียบจากการบริโภคสินค้าและบริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมในทุกจังหวัด เพื่อให้ภาครัฐนำข้อมูลไปใช้ในการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น