แม่สุดทน! ลูกชายวัย 13 ถูกแก๊งรุ่นพี่ ม.3 หาเรื่อง แฉทั้งไถเงิน บังคับรุ่นน้องต่อยกัน ถ่ายคลิปส่งกลุ่มลับ ครูเรียกคุย แต่ไร้จัดการ
แม่สุดทน! ลูกชายวัย 13 ถูกแก๊งรุ่นพี่ ม.3 หาเรื่อง แฉทั้งไถเงิน บังคับรุ่นน้องต่อยกัน ถ่ายคลิปส่งกลุ่มลับ ครูเรียกคุย แต่ไร้จัดการ
ข่าวสังคม - โซเชียล

แม่สุดทน! ลูกชายวัย 13 ถูกแก๊งรุ่นพี่ ม.3 หาเรื่อง แฉทั้งไถเงิน บังคับรุ่นน้องต่อยกัน ถ่ายคลิปส่งกลุ่มลับ ครูเรียกคุย แต่ไร้จัดการ

ฟังข่าวนี้

วันที่ 17 ส.ค. 2569 ผู้ปกครองรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ลูกชาย อายุ 13 ปี ยืนคุยกับเพื่อนอยู่ ได้มีกลุ่มรุ่นพี่ ม.3 เดินเข้ามาชน เมื่อลูกชายเงยหน้าขึ้นมอง กลุ่มรุ่นพี่ดังกล่าวกลับหาเรื่องและตะโกนท้าทาย โชคดีที่เพื่อนของลูกชายถ่ายคลิปหลักฐานไว้ได้บางส่วน กระทั่งพี่ชายของน้องเดินเข้ามาถามว่า มีอะไรกัน ใครจะทำร้ายน้องกู กลุ่มเด็ก ม.3 จึงถอยหนีไป

ต่อมา ได้มีการนำเรื่องไปแจ้งครูที่โรงเรียน ซึ่งครูได้เรียกคู่กรณีไปคุยและตัดบทให้ต่างคนต่างจบ แยกย้ายกันไป แต่ปรากฏว่ากลุ่มเด็ก ม.3 ยังคงพูดฝากมาว่า จะเล่นงานลูกชายตนให้ได้ เมื่อตนได้เห็นคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงรับไม่ได้ และมองว่าครูควรใส่ใจมากกว่านี้

คุณแม่ เผยอีกว่า กลุ่มเด็ก ม.3 ดังกล่าวมักจะชอบรวมตัวกันหลายสิบคนช่วงเย็น ไถเงินรุ่นน้องเป็นประจำ และชอบบังคับจับรุ่นน้องมาต่อยกันแล้วอัดคลิปส่งกลุ่มลับ หากใครไม่ทำตามก็จะโดนขู่ทำร้าย โชคดีที่ลูกชายมีอะไรก็เล่าให้ฟังตลอด แต่ตนห่วงเด็กคนอื่นที่คุยกับผู้ปกครองไม่ได้ หากครูยังเพิกเฉยต่อการกระทำเหล่านี้ อาจทำให้เด็กเก็บกด ก้าวร้าวจนเกิดเหตุบานปลายได้ ​

ด้านเด็กชาย อายุ 13 ปี เล่าว่า วันเกิดเหตุตนกำลังคุยกับเพื่อนเรื่องการไปทำงานวันเสาร์-อาทิตย์ อยู่ๆ รุ่นพี่ ม.3 ก็เดินมาชน พอเงยหน้ามองกลับถูกหาว่ามองหน้าหาเรื่อง ทั้งนี้ รุ่นพี่กลุ่มนี้เคยหาเรื่องตนมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยใช้วิธีโทรศัพท์มาหา ตนจึงยื่นสายให้พี่ชายคุยจนเรื่องเงียบไป เพราะตนไม่อยากมีเรื่องมีราวอยู่แล้ว

ต่อมา มีการตรวจสอบพบคลิปหลักฐานที่บันทึกพฤติกรรมของรุ่นพี่กลุ่มนี้ ที่ชอบจับเด็กรุ่นน้อง ม.1 และ ม.2 มาท้าต่อยกัน เพื่ออัดคลิปส่งเข้ากลุ่มลับ รวมถึงพฤติกรรมสูบบุหรี่และไถเงิน ทราบมาว่าฝ่ายปกครองของโรงเรียนเคยเรียกเด็กกลุ่มนี้ไปพบหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังคงมีพฤติกรรมเช่นเดิม

ด้านพี่ชายคนโต เผยว่า ตนเห็นแล้วอยากจะไปจัดการเด็กพวกนี้ แต่คิดดีๆ ก็อยากให้ทางโรงเรียนเข้ามาจัดการและให้ความสำคัญมากกว่านี้ ทั้งนี้ อยากฝากถึงครู โรงเรียน และผู้ปกครอง ให้ความสำคัญกับปัญหาในโรงเรียนมากขึ้น ไม่ควรมองเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะสำหรับเด็กบางคนที่ไม่กล้าบอกใคร หรือบอกแล้วถูกมองข้าม อาจกลายเป็นความเก็บกดจนนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรงได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ