ความคืบหน้ากรณี “ป้าดา” ตัวแทนทายาทของ “ตาเฮียง” ผู้มอบที่ดินให้วัดป่าอดุลยาราม ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีที่เกี่ยวข้องรวม 3 คดี
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า คดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ประกอบด้วย คดีร่วมกันบุกรุก ซึ่งเกิดขึ้นภายในวัดป่าอดุลยาราม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา, คดีแจ้งความเท็จ หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม และคดีที่เกี่ยวข้องกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังมีประชาชนเข้าแจ้งความจากกรณีคลิปของป้าดา ซึ่งมีลักษณะการใช้ถ้อยคำแอบอ้างเบื้องสูง
ในส่วนคดีร่วมกันบุกรุก ตำรวจได้ตรวจสอบและพิสูจน์ทราบบุคคลที่ปรากฏในคลิป พบว่ามีทั้งหมด 16 คน โดยขณะนี้ได้ออกหมายเรียกไปแล้ว 7 คน หนึ่งในนั้นคือ “ป้าดา” ซึ่งตามหมายเรียกนัดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 27 สิงหาคมนี้
สำหรับบุคคลทั้ง 16 คน เป็นกลุ่มที่เข้ามาร่วมกับป้าดาในเหตุการณ์ภายในพื้นที่วัด โดยตำรวจได้สอบปากคำพยานฝ่ายวัด รวมถึงผู้รับจ้างเทปูน ผู้ที่นำท่อไปส่ง และเจ้าของร้านวัสดุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงคนขับรถส่งวัสดุ ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อกับตำรวจแล้ว และแจ้งว่าจะเข้ามาให้ปากคำหลังเสร็จธุระส่วนตัว
ทั้งนี้ ตำรวจฝากถึงบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิป หากพบว่าตนเองเป็นหนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้อง ขอให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูลและปากคำตามขั้นตอน
ส่วนคดีแจ้งความเท็จ ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ขณะนี้ตำรวจมีการนัดสอบปากคำในวันที่ 22 สิงหาคม รวมถึงได้ออกหมายเรียกพยาน 2 คน ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ลงนามในเอกสารพยาน ให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม
ขณะที่คดีเกี่ยวกับความผิดตามมาตรา 112 ซึ่งมีประชาชนเข้าแจ้งความจากกรณีคลิปที่มีการกล่าวอ้างถึงเบื้องสูง หลังรับแจ้งความแล้ว ตำรวจจะนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ เพื่อรอแนวทางในการดำเนินคดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนและป้องกันไม่ให้มีการกลั่นแกล้งกันในประเด็นคดีความมั่นคง
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า “ป้าดา” และกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ร่วมกันเข้าพื้นที่วัด อาจเข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่หรือซ่องโจรหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ยศวัจน์ ระบุว่า ขณะนี้การกระทำเกี่ยวกับการบุกรุกถือเป็นความผิดทางอาญาอยู่แล้ว แต่ในส่วนของเจตนาจะต้องมีการพิสูจน์ให้ชัดเจนว่า บุคคลกลุ่มดังกล่าวมีเจตนาร่วมกันตั้งแต่ต้นในการเข้ามาบุกรุกวัดหรือไม่
หากการรวบรวมพยานหลักฐานสามารถชี้ให้เห็นถึงเจตนาร่วมกันในการบุกรุก และพบว่ามีการรวมตัวกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตำรวจก็สามารถพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในความผิดฐานอั้งยี่หรือซ่องโจรได้ต่อไป