ป้าดา เปิดใจ 2 ปมร้อน! กรณีข้อพิพาทที่ดินของวัดป่าอดุล แฉซ้ำเคยโดนยัดคดีรวม 8 คดี
ป้าดา เปิดใจ 2 ปมร้อน! กรณีข้อพิพาทที่ดินของวัดป่าอดุล แฉซ้ำเคยโดนยัดคดีรวม 8 คดี
ข่าวสังคม - โซเชียล

ป้าดา เปิดใจ 2 ปมร้อน! กรณีข้อพิพาทที่ดินของวัดป่าอดุล แฉซ้ำเคยโดนยัดคดีรวม 8 คดี

ฟังข่าวนี้

วันนี้ (17 ส.ค. 69) น.ส. ชมมณี อายุ 62 ปี หรือ ป้าดา ได้ออกมาชี้แจงอีกครั้ง ถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม และเรื่องที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ดำเนินคดีพยายามฆ่ารวม 8 คดี

โดยเปิดเผยว่า วันนี้ตนต้องการชี้แจง 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกเป็นเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้มีเจตนาจะไปมีปัญหาหรือ ตีพระทุกวัด ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องการติดตามหาความจริงและพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมและล้างมลทินให้กับครอบครัว

ป้าดา ระบุว่า ต่างฝ่ายต่างมีหลักฐาน จึงต้องนำหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบว่า ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของวัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากครอบครัวยังเชื่อมั่นว่าที่ดินดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด โดยเฉพาะโฉนดเลขที่ 61945 ซึ่งจากการตรวจสอบก่อนหน้านี้ พบว่ายังคงปรากฏชื่อ ตาเฮียง เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และเมื่อทายาทเข้าไปในพื้นที่ กลับถูกดำเนินคดีจนมีทั้งหมายเรียกและหมายจับ

ดังนั้น สิ่งที่ครอบครัวต้องการคือการพิสูจน์ที่มาที่ไปของที่ดิน รวมถึงตรวจสอบเอกสารและหลักฐานทั้งหมดว่า วัดได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินมาอย่างถูกต้องหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าทุกอย่างดำเนินการมาอย่างถูกต้อง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับและไม่ติดใจ แต่หากพบว่ากระบวนการได้มาซึ่งที่ดินไม่ถูกต้อง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบต่อไปถึงสถานะและความชอบด้วยกฎหมายของการใช้พื้นที่ดังกล่าว

ส่วนประเด็นที่สอง ป้าดา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ตนอ้างว่าถูกกระทำมาเป็นระยะเวลานาน โดยกล่าวหาว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ดำเนินคดีพยายามฆ่ารวม 8 คดี ทั้งที่ตนยืนยันว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ขณะเดียวกันยังอ้างว่าทรัพย์สินของตนในพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาถูกนำออกไป จนสร้างความเดือดร้อนให้กับตนและครอบครัว

ป้าดา ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการดำเนินคดีในช่วงเวลาดังกล่าว โดยอ้างว่า แม้คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลและมีคำพิพากษาจำคุก แต่กลับไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ป้าดา ระบุว่า ปัจจุบันเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการครบถ้วนแล้ว แต่ปัญหาความขัดแย้งจากคดีเดิมยังคงมีอยู่ จึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมฝากถึงประชาชนที่มองว่าตัวเองถูกกระทำหรือถูกรังแก ให้ลุกขึ้นมาใช้สิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ