สส.ชลบุรี จี้รัฐเข้มขยะพิษข้ามชาติ หวั่นแหลมฉบังเป็น ถังขยะโลก
สส.ชลบุรี จี้รัฐเข้มขยะพิษข้ามชาติ หวั่นแหลมฉบังเป็น ถังขยะโลก
ข่าวการเมือง

สส.ชลบุรี จี้รัฐเข้มขยะพิษข้ามชาติ หวั่นแหลมฉบังเป็น ถังขยะโลก

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อปัญหาการลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายและขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของประเทศที่รับสินค้านำเข้าจากทั่วโลก

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่ท่าเรือแหลมฉบังและท่าเทียบเรือฮัทชิสัน จำนวน 9 ตู้ และพบการกระทำผิด 6 ตู้ โดยเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ปะปนมากับสินค้าที่สำแดงเป็นเศษอะลูมิเนียม

สส.นฤมาศ ระบุว่า การที่ของเสียอันตรายหรือขยะอิเล็กทรอนิกส์ถูกนำเข้ามาโดยแฝงอยู่ในสินค้าประเภทเศษวัสดุ ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านกฎหมาย แต่ยังเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ หากมีการนำไปกำจัดหรือฝังกลบอย่างไม่ถูกต้อง พร้อมย้ำว่า ศรีราชาและแหลมฉบังไม่ควรเป็น ถังขยะโลก ที่ต้องแบกรับของเสียจากประเทศอื่น

ข้อมูลจากกรมศุลกากรเผยว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 มีการจับกุมคดีลักลอบนำเข้าของเสียอันตรายรวม 187 คดี แบ่งเป็นของเสียอันตราย 98 คดี ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 56 คดี เศษพลาสติก 15 คดี และสัตว์หรือพืชตามอนุสัญญา CITES 18 คดี รวมมูลค่าของกลางกว่า 234 ล้านบาท ขณะที่ DSI อยู่ระหว่างขยายผลข้อมูลตู้สินค้าต้องสงสัยที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบเส้นทางการนำเข้าและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัทผู้นำเข้าและผู้ส่งออก

สส.นฤมาศ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบ ณ ด่านนำเข้า และการบังคับใช้กฎหมายตลอดห่วงโซ่ โดยไม่ควรหยุดอยู่เพียงการตรวจยึดสินค้าหรือดำเนินคดีกับผู้นำเข้าเท่านั้น จึงเสนอให้ภาครัฐดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่

1. ยกระดับการตรวจสอบตู้สินค้า เพิ่มความเข้มงวดและความโปร่งใสในการตรวจสอบตู้สินค้านำเข้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อป้องกันไม่ให้ของเสียอันตรายหลุดรอดเข้าสู่ประเทศ

2. ขยายผลถึงต้นทาง ติดตามไปถึงผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และเส้นทางของขยะ เพื่อให้สามารถจัดการกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

3. ผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบต้องได้รับการเยียวยาและฟื้นฟู โดยค่าใช้จ่ายควรตกอยู่กับผู้กระทำผิด ไม่ใช่เป็นภาระของประชาชนผ่านงบประมาณแผ่นดิน

4. ใช้กฎหมายจัดการผลประโยชน์จากการกระทำผิด: ผลักดันให้การลักลอบนำเข้าและทิ้งของเสียอันตรายสามารถเชื่อมโยงกับกลไกการติดตามและยึดทรัพย์ เพื่อจัดการกับผลประโยชน์ที่เกิดจากการกระทำผิดอย่างจริงจัง

สส.ชลบุรี ย้ำว่า ในฐานะผู้แทนประชาชน จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การป้องกันขยะพิษข้ามชาติครอบคลุมตั้งแต่ต้นทาง ด่านนำเข้า ไปจนถึงการกำจัดและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้นย้ำว่า ภาระจากของเสียที่เกิดจากการกระทำผิด ไม่ควรตกอยู่กับประชาชนในพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ