26 สิงหาคม 2569 กรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยจำนวน 10 ตู้ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี หลังข้อมูลการข่าวและระบบบริหารความเสี่ยงตรวจพบความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามอนุสัญญาบาเซล (Basel Convention)
นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมดำเนินการเปิดตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยที่ถูกคัดเลือกจากข้อมูลการข่าวและระบบบริหารความเสี่ยงของกรมศุลกากร โดยการตรวจครั้งนี้แบ่งเป็น 4 ตู้ที่ท่าเรือบริษัท เคแอลเอ็น ซีพอร์ต จำกัด และอีก 6 ตู้ที่ท่าเรือ D1D2D3 ท่าเรือแหลมฉบัง รวมทั้งหมด 10 ตู้

สินค้าทั้งหมดนำเข้าจากต่างประเทศ โดยสำแดงรายการเป็น เศษเหล็ก (Metal Scrap) และเศษหรือของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม มีน้ำหนักสุทธิรวมประมาณ 202.89 ตัน และมีมูลค่าตามรายการสำแดงประมาณ 12.39 ล้านบาท
สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จากทั้ง 3 หน่วยงานจะพิจารณาสินค้าเป็นรายกรณี หากพบว่าสินค้ามีรายละเอียดตรงกับรายการที่สำแดง และไม่พบลักษณะที่เข้าข่ายเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียอันตราย จะดำเนินการตามพิธีการศุลกากรและตรวจปล่อยสินค้าเช่นเดียวกับสินค้านำเข้าทั่วไป
ในทางกลับกัน หากตรวจพบว่าสินค้าเป็นเศษโลหะที่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือมีวัสดุอื่นปะปนจนมีลักษณะที่อาจเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบและวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ ก่อนแจ้งผลให้กรมศุลกากรดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายภาณุ กล่าวว่า การเปิดตรวจครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเชิงรุกของกรมศุลกากร ซึ่งอาศัยข้อมูลการข่าวและระบบบริหารความเสี่ยงในการคัดกรองและกำหนดเป้าหมายตรวจสอบ เมื่อพบข้อมูลที่มีเหตุอันควรสงสัย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจอย่างละเอียด พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้การควบคุมสินค้านำเข้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังยังคงเดินหน้าเฝ้าระวังและสกัดกั้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับขยะอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี พ.ศ. 2568–2569 จากการประสานข้อมูลของเครือข่ายปฏิบัติการบาเซล (Basel Action Network: BAN) มีการแจ้งเฝ้าระวังตู้สินค้าต้องสงสัยจำนวน 717 ตู้ และสามารถตรวจยึดได้ 81 ตู้
ส่วนการตรวจสอบจากข้อมูลการข่าวและระบบบริหารความเสี่ยงของกรมศุลกากร สามารถตรวจยึดตู้สินค้าได้อีก 174 ตู้ เมื่อนำมารวมกับผลการปฏิบัติงานจากข้อมูลของเครือข่ายปฏิบัติการบาเซล ทำให้มีตู้คอนเทนเนอร์ที่ตรวจยึดได้รวมทั้งสิ้น 255 ตู้

กรมศุลกากรยืนยันว่า หากพบการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียอันตราย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมประสานกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อดำเนินการส่งสินค้ากลับไปยังประเทศต้นทาง (Return Shipment) ตามขั้นตอนและกฎหมายที่กำหนด
ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะเดินหน้าพัฒนาการใช้ข้อมูลการข่าว ระบบบริหารความเสี่ยง และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมาย รวมถึงของเสียจากต่างประเทศ พร้อมควบคู่ไปกับการอำนวยความสะดวกให้แก่การนำเข้าสินค้าที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย