ปราจีนเดือด! ปชช.กว่า 2,000 คน รวมพลังค้านโรงงานขยะพิษ ลั่นปิดถาวร-ขนภูเขาขยะออก หวั่นน้ำปนเปื้อนไหลถึงบางปะกง กระทบพื้นที่เกษตร 3 จังหวัด
ปราจีนเดือด! ปชช.กว่า 2,000 คน รวมพลังค้านโรงงานขยะพิษ ลั่นปิดถาวร-ขนภูเขาขยะออก หวั่นน้ำปนเปื้อนไหลถึงบางปะกง กระทบพื้นที่เกษตร 3 จังหวัด
ข่าวภูมิภาค

ปราจีนเดือด! ปชช.กว่า 2,000 คน รวมพลังค้านโรงงานขยะพิษ ลั่นปิดถาวร-ขนภูเขาขยะออก หวั่นน้ำปนเปื้อนไหลถึงบางปะกง กระทบพื้นที่เกษตร 3 จังหวัด

ฟังข่าวนี้

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบครอบคลุมทั้ง 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอบ้านสร้าง อำเภอประจันตคาม อำเภอนาดี อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอศรีมโหสถ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นวงกว้าง ทั้งบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย เส้นทางสัญจรที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนประชาชนที่ต้องเร่งฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและกลับมาประกอบอาชีพภายหลังน้ำลด

ข้อมูล ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ระบุว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรวม 55,286 ครัวเรือน ครอบคลุม 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน และ 37 ชุมชน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 9 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสถานการณ์ที่ประชาชนในจังหวัดปราจีนบุรีต้องเผชิญ

แม้หลายพื้นที่เริ่มมีระดับน้ำลดลง แต่ความเดือดร้อนของประชาชนยังไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะปัญหาการฟื้นฟูบ้านเรือนและพื้นที่ทำกิน ขณะเดียวกันยังเกิดสถานการณ์น่ากังวลในแม่น้ำปราจีนบุรี หลังพบว่าน้ำมีสีคล้ำและมีคราบลักษณะคล้ายสีรุ้งบนผิวน้ำ ก่อนพบปลาตายในกระชังและปลาธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ซึ่งต้องสูญเสียผลผลิตและรายได้จากอาชีพที่ใช้เลี้ยงดูครอบครัว

รายงานข่าวระบุว่า พื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาปลาตายและคุณภาพน้ำครอบคลุมหลายจุด ทั้งตำบลหัวหว้า ตำบลบ้านทาม ตำบลท่าตูม และตำบลหาดนางแก้ว ในอำเภอศรีมหาโพธิ รวมถึงตำบลบ่อทอง อำเภอกบินทร์บุรี ตลอดจนบริเวณแม่น้ำปราจีนบุรีในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรีและอำเภอบ้านสร้าง นอกจากนี้ ยังมีรายงานปลาตายในแหล่งน้ำและบริเวณคลองลำผักชีในพื้นที่อำเภอศรีมโหสถ สร้างความกังวลต่อระบบนิเวศและคุณภาพแหล่งน้ำของชุมชน

ขณะที่กรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์หาสาเหตุ โดยผลการตรวจสอบบริเวณท้ายน้ำของบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมต้องสงสัยในตำบลหัวหว้า พบการปนเปื้อนสารเคมีกลุ่มปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดของการตายของปลาในแม่น้ำปราจีนบุรียังต้องอาศัยผลตรวจวิเคราะห์และการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระบุแหล่งที่มาและความเชื่อมโยงของเหตุการณ์อย่างชัดเจน

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรงงานกำจัดและรีไซเคิลขยะ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่สารปนเปื้อนอาจส่งผลต่อแหล่งน้ำ ระบบนิเวศ และการดำรงชีวิตของประชาชนในระยะยาว ท่ามกลางความต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบซ้ำอีก

ก่อนหน้านั้นทางกระทรวงอุตสาหกรรม โดยสั่งการของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้ ดูประกอบกิจการโรงงานชั่วคราว และมีการนำป้ายคำสั่งตามกฎหมายไปติดประกาศไว้ที่หน้าโรงงานในพื้นที่ ตำบลหัวหว้าอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี  

การสั่งปิดและติดป้ายประกาศดังกล่าวเป็นผลมาจากกรณีที่ตรวจพบ คราบสารเคมีสีรุ้งปนเปื้อนและรั่วไหล ออกสู่พื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งน้ำสาธารณะในช่วงที่เกิดน้ำท่วม ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่ โดยโรงงานในพื้นที่ ต.หัวหว้า ที่ถูกสั่งปิดตามมาตรา 37 และ 39 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน ได้แก่โรงงานลำดับที่ 105 จำนวน 1 โรงงาน และโรงงานลำดับที่ 106 จำนวน 1 โรงงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม 2569 ประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ใกล้เคียง และจังหวัดข้างเคียงกว่า 2,000 คน รวมตัวกันที่โดมสวนสุขภาพ บ้านเกาะสมอ หมู่ 15 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อร่วมเวที รู้เท่าทันโทษพิษภัยโรงงานขยะ จัดโดยเครือข่ายแม่เพื่อสุขภาพทุ่งบางพลวง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากโรงงานรีไซเคิลขยะและปัญหาน้ำสีดำที่แพร่กระจายในพื้นที่หลังเกิดน้ำท่วม

ภายในงานมีนายสุรชัย ทนสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า ร่วมให้ข้อคิดเห็นเรื่องการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน พร้อมด้วยนางสาวจุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ เข้าร่วมรับฟัง นอกจากนี้ยังมีการปาฐกถาพิเศษโดยอาจารย์สุจิตต์ วงษ์เทศ ในหัวข้อ "เมืองศรีมโหสถ สะอาด ร่มเย็น เวลเนส" รวมถึงการให้ความรู้ด้านกฎหมายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากพื้นที่ โดยนางดาหวัน หัสดี เจ้าหน้าที่อาวุโส มูลนิธิบูรณะนิเวศ และนายยรรยงค์ อินทฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม ทำหน้าที่พิธีกร

จากการสอบถาม นางสมพร ชินสร้อย (ชาวบ้าน) กล่าวว่า วันนี้เรามาจัดเวทีเพื่อให้พ่อแม่พี่น้อง ที่ได้รับผลกระทบรู้เท่าทัน โทษพิษภัยจากโรงงานขยะ ประชาชนให้ความร่วมมือและลุกขึ้นสู้แล้ว ชาวนาก็ทนไม่ไหว หลังจากที่เห็นข่าวว่าน้ำเป็นสีรุ้ง น้ำเน่า ปลาตาย น้ำปราจีนฯกลายเป็นใส่น้ำมรณะ ซึ่งเราจะใช้ดื่มกินไม่ได้แล้ว ในชุมชนทุกวันนี้น้ำบาดาลใช้ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ทุกคนเข้าใกล้กับความตายเข้าทุกวันแล้ว อยู่อย่างทรมานตายอย่างทรมานด้วยโรคร้ายคือโรคมะเร็ง ต้นคิดอยู่แล้วว่าจะเป็นเหมือนเมืองจีน ที่เขาอพยพนำสิ่งชั่วร้ายเข้ามาสู่หมู่บ้านของเรา จุดประสงค์ของเราในครั้งนี้คือการลงทะเบียนปิดโรงงาน วันนั้นทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงมาปิดป้ายด้วยตัวของท่านเอง ซึ่งเป็นป้ายชั่วคราว แต่ตอนนี้คนในพื้นที่ยังเห็นการทำงานของโรงงานนั้นอยู่ ยังพบมีควันมีรถวิ่งอยู่บนบอดภูเขาขยะ แล้วจะให้ชาวบ้านมั่นใจได้ยังไงว่าขาปิดจริง

ทำให้ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงได้มีการรวมตัวมากันในครั้งนี้ ก่อนที่นำจะท่วมมีหนังสือจากอุตสาหกรรมจังหวัดบอกว่า ขอเพิ่มขยะที่จะเอามาฝังกลบ 500,000 ตัน และขยะที่จะเอามาแปรรูปอีก 500,000 ตัน เขาได้ นำหนังสือแจกจ่ายเพื่อให้ไปประกาศ ถ้าประชาชนไม่แสดงความคิดเห็นชัดๆภายในวันที่ 8 ตุลาคม 2559 ก็แสดงว่าคุณยินดีที่จะให้เขานำขยะมาเพิ่ม หลังจากตนได้รับหนังสือฉบับนั้นแล้ว จึงได้ร่างหนังสือตอบโต้ทางอุตสาหกรรมเพื่อคัดค้าน และให้ประชาชนมาลงชื่อคัดค้าน มีผู้มาลงชื่อพันกว่าคน หลังจากที่ยื่นหนังสือไปแล้วประมาณ 3 วัน ผลปรากฏว่าได้รับข่าวว่าขอยกเลิกหนังสือที่มาขอเพิ่มขยะ เราจึงไปขอความมั่นใจเพราะหนังสือฉบับดังกล่าวไม่มาถึงเรา สอบถามกับทางนายอำเภอนายอำเภอบอกว่าไม่มีหนังสือยกเลิกฉบับดังกล่าวมา ด้วยความไม่มั่นใจช่วงนั้นน้ำเริ่มท่วม พวกเรา 3 คนได้ลุยน้ำไปยื่นหนังสือที่อุตสาหกรรมจังหวัด

ปรากฏว่าท่านชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าฯ ได้เปิดเวทีเสวนาให้กับพวกเรา ท่านใดให้โอกาสเราเข้าไปนั่งพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางอุตสาหกรรมได้ตอบคำถามเราต่อหน้าท่านรองผู้ว่า ว่าเขามีการยกเลิกที่จะไม่นำขยะมาเพิ่มจริง แต่ทางเราต้องการหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่การพูดด้วยปากเปล่า ชาวบ้านจึงไม่มีความมั่นใจในตรงนี้ แต่มีการนำหนังสือดังกล่าวขึ้นจอโปรเจคเตอร์ให้ดู วันนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง จังหวัดใกล้เคียง ที่ได้รับผลกระทบและกำลังจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ชาวบ้านอยากมาระบายความอึดอัดในเวทีนี้

อยากขอความเมตตาจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สามารถแก้ไขปัญหาในตรงนี้ที่ช่วยชาวบ้านได้ อยากให้ลงมาช่วยพวกเราด้วย ทุกคนจะเดินหน้าต่อจนกว่าโรงงานดังกล่าวจะปิดตัวอย่างถาวร และนำกองภูเขาขยะพิษออกจากพื้นที่

ข้าวในนากุ้งหอยปูปลามันกินไม่ได้แล้ว คนที่ขายของเคยเอาผักอาหารกันกินในพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรีมานั่งขายไม่มีใครซื้อเพราะเขาไม่มั่นใจ ว่ามันเอาสารพิษเข้าไปแล้วหรือยัง เจอแบบนี้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกเจ็บปวด มันจะหมดสิ้นไปในตอนนี้หรอ สุดท้ายนี้ถ้าไม่มีใครช่วยเรา ก็ขอบารมีจากพระองค์ท่าน ขอถวายฎีกา เพื่อประชาชนพี่น้องจังหวัดปราจีนบุรีของเรา

ทางด้านนายจักรกฤษณ์ แก่นวงศ์ กรรมการลุ่มน้ำบางปะกง ได้นำแผนที่มาชี้ลูกศรทิศทางน้ำจากในพื้นที่กบินทร์บุรี ว่ามวลน้ำดังกล่าวได้ไหลลงมาถึงพื้นที่ไหนบ้าง และมีพื้นที่ไหนที่จะได้รับผลกระทบหลังจากนี้ พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ในฐานะที่ตนเป็นกรรมการลุ่มแม่น้ำบางปะกง พี่เดินทางไปในครั้งนี้อยากจะให้เห็นว่าจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่เป็นพื้นที่ท้ายน้ำจะโดนผลกระทบเต็มๆ อยากให้ทางผู้ประกอบการได้เห็นว่า สิ่งที่มันเกิดขึ้นมันได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล และปีนี้ไม่แน่ใจว่าเกษตรกรจะเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้หรือไม่ จะทำนาได้หรือไม่ เพราะไม่ทราบว่าน้ำก้อนนี้จะทำให้ เกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและทำนาได้อยู่หรือเปล่า อยากให้ผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจ อยากให้เห็นอกเห็นใจ และไม่ควรให้มีโรงงานประเภทนี้ ในเขตพื้นที่ชลประทาน น้ำเน่ามันยังหายแต่ถ้าเป็นสารพิษมันไม่สามารถทำลายได้

ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่งให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า บ้านของตนตั้งอยู่ห่างจากโรงงานรีไซเคิลขยะประมาณ 2 กิโลเมตร ในช่วงที่เกิดน้ำท่วม พบว่ามีน้ำสีดำไหลเข้ามาในพื้นที่ทุ่งนาและสวนทุเรียน ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะต้นทุเรียนกว่า 20 ต้น รวมถึงนาข้าว ชาวบ้านระบุว่า น้ำดังกล่าวมีสีดำเข้มและมีกลิ่นผิดปกติ อีกทั้งขณะนี้ยังพบลักษณะน้ำสีดำกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของอำเภอศรีมหาโพธิ ทำให้เกิดความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรกรรมและสุขภาพของประชาชน

เจ้าของพื้นที่เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนมีโรคประจำตัวทั้งความดันโลหิตสูงและเบาหวาน จึงไม่กล้าสัมผัสน้ำดังกล่าว เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมสะท้อนความกังวลหลังเห็นปริมาณขยะจำนวนมากภายในโรงงาน

ทางด้านนายกฤต บำรุงสาลี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวไทร อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำที่รับน้ำจากอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เดินทางเข้าร่วมรับฟังปัญหาความกังวลของชาวบ้าน กรณีน้ำท่วมพื้นที่บ่อขยะและเสี่ยงเกิดการปนเปื้อนของเสีย โดยระบุว่า เส้นทางน้ำอาจไหลผ่านคลองไผ่ชะเลือด คลองกระทุ่มแพ้ว คลองคูมอญ และประตูน้ำหัวไทร ก่อนลงสู่แม่น้ำบางปะกง

สิ่งที่น่ากังวลคือ พื้นที่บางคล้ามีบ่อเลี้ยงกุ้งและปลา รวมกว่า 6,000 ไร่ รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมและนาข้าว หากมีสารปนเปื้อน โดยเฉพาะโลหะหนักตกค้าง อาจส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ การประกอบอาชีพ และความปลอดภัยด้านอาหารในระยะยาว ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนเริ่มร้องเรียนว่าน้ำมีกลิ่นคาวและเหม็น รวมถึงน้ำในตุ่มและแหล่งน้ำผิวดินบางแห่งไม่สามารถนำมาใช้ได้ ทำให้เกิดความกังวลต่อสุขภาพของประชาชน

ทั้งนี้ นายก อบต.หัวไทร เตรียมนำข้อมูลกลับไปแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากลำคลองที่อาจได้รับผลกระทบ จนกว่าจะมีผลตรวจสอบยืนยันความปลอดภัย และเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด

ทางด้าน นายกกฤต บำรุงสาลี นายก อบต.ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำรับน้ำจาก อ.บ้านสร้าง หลังจากทราบข่าวก็ได้เดินทางมาร่วมรับฟัง และเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ชาวบ้านมีความกังวลในเรื่องน้ำเสีย บ่อขยะตรงนี้น้ำจะไหลไปตามคลองไผ่ชะเลือด ไปลงคลองกระทุ่มแพ้ว ไปออกคลองคูมอญ ไหลลงสู่ประตูน้ำหัวไทร และไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกง พี่น้องชาวบางคล้าเลี้ยงกุ้ง ปลา อยู่ 6 พันกว่าไร่ แม่น้ำอำเภอบ้านสร้างกว่าจะถึงมันเป็นโลหะหนักก็จริงแต่มันจะตกตะกอนไม่หมด ในพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่เกษตรก็มีความกังวล โดยเฉพาะชาวนาที่ปลูกข้าว ตอนนี้น้ำค่อนข้างจะมีกลิ่นคาว เหม็น บางบ้านน้ำในตุ่มก็ใช้ไม่ได้แล้ว เพราะโดนน้ำบ่อน้ำผิวดินก็ใช้ไม่ได้เลยเพราะน้ำเสียมันลงไปแล้ว ก็กังวลในเรื่องปัญหาสุขภาพ ปัญหาเรื่องทำกินเป็นส่วนใหญ่

หลังจากมารับฟังเวทีนี้เป็นเวทีที่ดี สะท้อนปัญหาให้สังคมรู้ ให้หน่วยงานรัฐได้รู้ว่าการที่เปิดบ่อขยะสารพิษ คือเปิดฝังกลบอย่างเดียวไม่ได้ ในความน้ำท่วมก็เป็นความโชคดีในความโชคร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ