วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยความคืบหน้าการพิจารณาแนวคิดสนับสนุนร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการจำหน่ายอาหารจานเดียวราคาประหยัด โดยระบุว่า
สวัสดีค่ะ
เมื่อวันก่อนได้คุยกับน้องๆ สื่อมวลชน เรื่องของราคาข้าวแกง
ซึ่งหลังจากราคาพลังงานเริ่มลดลง กระทรวงพาณิชย์ได้รับการเรียกร้องให้ช่วยหาทางลดค่าครองชีพที่เป็นสิ่งจำเป็น และเป็นรายจ่ายประจำทุกวัน คือข้าวแกง
จริงๆ แล้ว ราคาข้าวแกง ขึ้นกับต้นทุนหลายตัว ที่ไม่ได้มาจากราคาพลังงานอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนวัตถุดิบ แก๊สหุงต้ม ค่าแรง ค่าเช่า ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน โดยรัฐบาลก็กำลังดูแลในเรื่องเหล่านี้อยู่
สำหรับวัตถุดิบจำเป็นในการทำอาหาร ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ” ที่ทำอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 อยู่แล้ว และจะยังคงดูแล ควบคุมราคาวัตถุดิบจำเป็น และวัตถุดิบราคาประหยัด ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระลดค่าครองชีพ” อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเชื่อมโยงวัตถุดิบจากเกษตรกรให้แก่ร้านอาหารโดยตรงเพิ่มเติม เพื่อลดภาระต้นทุน ลดแรงกดดันต่อราคาอาหาร และช่วยเกษตรกรไปพร้อมๆ กัน
และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในเรื่องค่าอาหาร ในช่วงระยะเวลาที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ (ล่าสุดสถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ปะทุขึ้นอีก) จึงมีแนวคิดที่จะทำเพิ่มเติม โดยใช้แนวคิดการแก้ไขปัญหาล่วงหน้าแบบที่ใช้กับหลายๆ สินค้า โดยจะสนับสนุนเงินให้ร้านอาหารที่ยินดีมาลงทะเบียนเพื่อนำเสนอเมนูอาหารจานเดียวในราคาประหยัด ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ราคาควรเป็นเท่าไหร่ โดยตัวเลข 40 บาทนั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีกระแสทั้งที่เห็นด้วยและที่ไม่เห็นด้วยหลากหลาย เราก็ยินดีรับฟังและพร้อมจะทบทวน เพื่อไม่ให้เกิดมาตรการรัฐที่ไปกระทบต่อกลไกตลาด ที่มีคนจำนวนมากบอกว่า มีข้าวแกงราคาประหยัดต่ำกว่าจานละ 40 บาท เป็นทางเลือกอยู่แล้ว หรือบางเสียงเห็นว่า ควรแก้ที่ส่วนอื่นที่อยู่นอกเหนือการดูแลของกระทรวงพาณิชย์
เราจึงได้ระงับแผนที่จะนำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
และถึงแม้ว่าเราจะระงับการเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุม ครม. แล้ว แต่ก็ยังยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นนะคะ เพราะการตัดสินใจในครั้งนี้ ก็มาจากการที่เราเปิดรับฟังเสียงของทุกคนค่ะ
ต้องขอย้ำว่า การจะฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่าย เราไม่สามารถผลักดันมาตรการที่สำคัญท่ามกลางความคิดเห็นที่แตกต่างคนละขั้วเช่นนี้ได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ

โพสต์ดังกล่าว