เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีการยกเลิกการปรับเพิ่มเงินเดือนของผู้ช่วย สส. และ สว. โดยระบุว่า ฐานเงินเดือนปัจจุบันที่ต่ำสุด 15,000 บาท ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพของคนที่ทำงาน 6-7 วันต่อสัปดาห์ และไม่มีสวัสดิการรองรับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของรัฐสภาฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศดังกล่าวลงนามโดย นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ณ วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้แถลงข่าวว่า ได้ลงนามยกเลิกระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยทำงาน สส.-สว. พร้อมตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษารายละเอียดจำนวนผู้ช่วยทำงานและสิทธิประโยชน์ โดยให้เวลาศึกษา 90 วัน
ข้อเท็จจริงคือ สส. และ สว. สามารถแต่งตั้งผู้ช่วยทำงานได้ 8 คน แบ่งออกเป็น 3 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. จำนวน 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท, ผู้ชำนาญการประจำตัว สส. จำนวน 2 คน เงินเดือน 15,000 บาท และผู้ช่วยดำเนินงานของ สส. จำนวน 5 คน เงินเดือน 15,000 บาท
ฐานเงินเดือนของผู้ช่วยทำงาน สส. และ สว. มีการปรับเพิ่มครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2555 ซึ่งนับเป็นเวลากว่า 14 ปีแล้ว โดยในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบระเบียบรัฐสภาฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2568 ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ได้ลงนามอนุมัติให้ปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยทำงาน สส.-สว. เป็น ผู้เชี่ยวชาญ 28,800 บาท, ผู้ชำนาญการ 18,000 บาท และผู้ช่วยดำเนินงาน 18,000 บาท โดยมีกำหนดจะปรับเพิ่มในเดือนตุลาคม 2569
นายเซีย ระบุว่า ก่อนหน้านี้มี สส. ท่านหนึ่งอภิปรายและเสนอต่อประธานรัฐสภาให้ลดสวัสดิการบางส่วน เช่น ค่าอาหาร รวมถึงเสนอให้ลดจำนวนผู้ช่วยทำงานของ สส. จาก 8 คน เหลือเพียง 3 คน เนื่องจากเห็นว่ามีค่าใช้จ่ายสูงแต่ไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้รับข้อเสนอดังกล่าวด้วยการยกเลิกการปรับเพิ่มเงินเดือนผู้ช่วยทำงาน สส.-สว. ที่มีกำหนดจะปรับเพิ่มในเดือนตุลาคม 2569
นายเซีย ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวอย่างยิ่ง โดยชี้ว่าปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ และผู้ช่วยดำเนินงานประจำตัว สส.-สว. ทำงานแทบไม่มีเวลาพัก สัปดาห์หนึ่งทำงาน 6-7 วัน นอกจากเงินเดือนแล้ว พวกเขาไม่มีสวัสดิการใด ๆ เลย ไม่มีประกันสังคม ไม่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลหรือเงินช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วย ไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และไม่มีความมั่นคงในการทำงาน เมื่อยุบสภาก็ตกงานทันที หรือ สส. และ สว. สามารถเปลี่ยนตัวผู้ช่วยได้เมื่อต้องการ
นายเซีย ย้ำว่า เงินเดือนเพียงหลักหมื่นบาทไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นทุกอย่าง ขณะที่พวกเขาก็ต้องกิน ต้องใช้ มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกที่ต้องดูแล ไม่ต่างจากคนทำงานทั่วไป และควรมีเวลาทำงาน มีเวลาพักผ่อน และมีเวลาใช้ชีวิต เหมือนคนทั่วไปบนโลกนี้
นายเซีย ยังกล่าวถึงบทบาทสำคัญของทีมงานที่คอยช่วยติดตามการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี ทำการวิจัยและค้นคว้าข้อมูลประกอบการจัดทำญัตติต่าง ๆ รวมถึงทีมด้านการสื่อสารที่ช่วยนำเสนอข้อมูลผลการประชุมและการปฏิบัติงานทางนิติบัญญัติ และทีมทำงานในพื้นที่ที่คอยรวบรวมปัญหาของผู้ใช้แรงงาน ประสานงานเรื่องร้องเรียน และติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
นายเซีย เข้าใจถึงความกังวลของประธานรัฐสภาต่อวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่ายังไม่ได้มองปัญหาในมุมของ “คนทำงาน” อย่างรอบด้าน การไม่ปรับค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน เป็นการซ้ำเติมคนทำงานที่เฝ้ารอความหวังว่าการปรับเพิ่มเงินเดือนจะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงอยากให้ประธานสภาและผู้เกี่ยวข้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้ผู้ที่มีเจตจำนงทำงานทางการเมืองแต่มีฐานะไม่พร้อม ไม่สามารถยืนหยัดทำงานในระบบรัฐสภาได้