วันที่ 1 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลหล่มสัก ขณะที่ นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยา ถูกแทงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน แต่อาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 19.00-21.40 น. วันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นายหลักทรัพย์ได้นั่งพูดคุยกับคนร้ายบริเวณจุดจอดรถ ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับแขก ภายในมีโซฟาไม้และม้านั่ง โดยขณะนั้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทั้งคู่พูดคุยหรือมีปัญหาเรื่องใด กระทั่งเกิดการโต้เถียง ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธมีดแทงนายหลักทรัพย์หลายครั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ต่อมา นางสมจิตร ภรรยาของนายหลักทรัพย์ เดินมาเห็นเหตุการณ์ คนร้ายจึงใช้อาวุธมีดแทงนางสมจิตรจนได้รับบาดเจ็บ นางสมจิตรพยายามวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในบ้าน ขณะที่คนร้ายพาร่างนายหลักทรัพย์ออกจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร ก่อนขึ้นรถเก๋งสีดำขับหลบหนีไป
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ สารภูษิตสันต์ ผกก.สภ.หล่มสัก และ พ.ต.ท.ปฎิเวธ ตาลสุข รอง ผกก.สส.สภ.หล่มสัก ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่โดยรอบ เพื่อหาเบาะแสติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
กระทั่งเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายพิภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี รับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งใน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
ต่อมาเวลาประมาณ 23.50 น. วันที่ 31 ส.ค. นายพิภพได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.หล่มสัก
จากการสอบสวน นายพิภพให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถเก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ทะเบียนเพชรบูรณ์ มาพบนายหลักทรัพย์เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโครงการโคกหนองนา แต่ระหว่างการพูดคุยเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ด้วยความโมโหจึงหยิบมีดปลายแหลมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแทงนายหลักทรัพย์หลายครั้งจนแน่นิ่ง
จากนั้นเมื่อนางสมจิตร ภรรยาของนายหลักทรัพย์ วิ่งออกมาดูเหตุการณ์ นายพิภพได้ใช้อาวุธมีดแทงนางสมจิตรหลายครั้งเช่นกัน แต่นางสมจิตรสามารถวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในบ้านได้ ก่อนที่นายพิภพจะขับรถหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า หลังจากหลบหนีออกมาเกิดความกดดันจากการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงตัดสินใจติดต่อเข้ามอบตัวในที่สุด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย พร้อมนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป