เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. วันที่ 1 กันยายน 2569 ร.ต.อ.เมที หน่อแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย รับแจ้งเหตุพบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ ซึ่งจอดอยู่ภายใน หมู่บ้านนอร์ทเทิร์น ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสยามเชียงราย สำนักงานใหญ่

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ม.17 ต.บ้านดู่ พบผู้เสียชีวิตนั่งเอนอยู่ที่เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งคนขับ เป็นหญิง อายุ 30 ปี (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ชาว ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย สภาพร่างกายเริ่มแข็งตัว คาดว่าจะเสียชีวิตก่อนหน้าประมาณ 4-6 ชั่วโมง ที่โดยที่วางเท้าบริเวณที่นั่งด้านหลังฝั่งซ้ายพบเตาถ่านขนาดเล็กซึ่งถ่านได้มอดลงหมดแล้ววางไว้อยู่ คาดว่าผู้เสียชีวิตจะรมควันตนเองภายในรถเพื่อจบปัญหาชีวิต

โดยภายในรถยังพบกระดาษ A4 เขียนด้วยปากกาสีน้ำเงิน โดยมีเขียนบอกรหัสมือถือไว้ด้านบน ต่อด้วยคำสั่งเสีย ใจความว่า ขอโทษที่ตัดสินใจทำแบบนี้ ไม่มีทางออกแล้วจริง ๆ ไม่ไหวแล้ว รักพ่อแม่มากนะ ดูแลตัวเองด้วย ไม่อยากเป็นภาระใครแล้ว ลูกมีหนี้สินที่ยืมพี่เอ (นามสมมติ) มาประมาณ 100,000 บาท ช่วยให้เงินพี่เอไปปิดหน่อยนะ ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่กลับไปเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ขอโทษที่ทำให้เสียใจบ่อย ๆ คิดจะทำแบบนี้หลายครั้งแล้ว ครั้งนี้สุดท้ายแล้วจริง ๆ พร่้อมกับลงชื่อระบุทิ้งท้ายจดหมายดังกล่าว

จากการสอบถามพ่อแม่ที่เดินทางมาจาก อ.เวียงชัย โดยทันที่มาถึงพ่อแม่รีบโผไปดูร่างลูกสาวและร่ำไห้ เศร้าเสียใจ ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้นแบบนี้ และเล่าให้ฟังคร่าว ๆ ว่า ลูกสาวมาอาศัยอยู่ในเมืองเชียงราย โดยทำงานในห้างแม็คโคร และเพิ่งย้ายไปทำงานที่บิ๊กซี 2 (บ้านดู่) ได้ประมาณ 1 เดือน ล่าสุดผู้เสียชีวิตเพิ่งเดินทางกลับไปบ้านเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ไปโผกอดพ่อแม่ แต่ก็ไม่พูดอะไร ที่ผ่านมาเวลามีปัญหาอะไรก็ไม่ได้เล่าให้พ่อแม่หรือเพื่อนร่วมงานฟัง คาดว่าคงเครียดปัญหาชีวิตสะสม จนทำให้คิดสั้นนำเตาถ่านมารมควันตนเองเสียชีวิตภายในรถดังกล่าว

ทั้งนี้ ทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต แต่ทางแพทย์จะนำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจชันสูตรตามกระบวนการ ก่อนจะมอบร่างคืนให้ครอบครัวนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ผู้สื่อข่าวจังหวัดเชียงราย รายงาน