พลเมืองดีผวา ช่วยหญิงโดนทำร้าย กลับถูกสามีขนพวกไทย-พม่ารุมแทงถึงห้องพัก คดีเงียบ 3 เดือน เตรียมร้องกองปราบ
พลเมืองดีผวา ช่วยหญิงโดนทำร้าย กลับถูกสามีขนพวกไทย-พม่ารุมแทงถึงห้องพัก คดีเงียบ 3 เดือน เตรียมร้องกองปราบ
ข่าวอาชญากรรม

พลเมืองดีผวา ช่วยหญิงโดนทำร้าย กลับถูกสามีขนพวกไทย-พม่ารุมแทงถึงห้องพัก คดีเงียบ 3 เดือน เตรียมร้องกองปราบ

ฟังข่าวนี้

เกิดเหตุการณ์อุกอาจและสะเทือนใจขึ้นในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม เมื่อ นายสราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี พลเมืองดี ยื่นมือเข้าช่วยเหลือหญิงต่างด้าวเพื่อนบ้านที่ถูกสามีทำร้ายร่างกาย แต่กลับถูกฝ่ายสามีเคืองแค้น ยกพวกคนไทยและต่างด้าวรวมกว่า 7 คน บุกมารุมทำร้าย พกอาวุธมีดพยายามแทงถึงหน้าห้องพัก มิหนำซ้ำยังถูกขู่ฆ่า และอ้างมีตำรวจเกษียณคอยหนุนหลัง

ล่าสุดเวลาผ่านไปนานกว่า 3 เดือน คดียังไม่มีความคืบหน้า ผู้เสียหายผวาไร้การคุ้มครอง เตรียมหอบหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อผู้บังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอความยุติธรรม

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. นาง Wai Wai Thin หรือ กระต่าย หญิงต่างด้าวซึ่งอาศัยอยู่ข้างห้องของนายสราวุฒิ ได้อุ้มลูกน้อยวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือในสภาพศีรษะแตกทั้งสองข้าง โดยมี นาย Thin Zaw Min (แม็ค) สามีชาวต่างด้าว ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมา ด้วยความสงสารเด็กและเห็นแก่มนุษยธรรม นายสราวุฒิจึงเข้าไปช่วยพูดคุยตักเตือน แต่นายแม็คกลับไม่พอใจและแสดงท่าทีก้าวร้าว นายสราวุฒิและภรรยาจึงตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามควายเผือก ให้มาระงับเหตุ พร้อมช่วยพาผู้บาดเจ็บไปแจ้งความและให้อยู่พักพิงเพื่อความปลอดภัย

หลังจากวันนั้น นายสราวุฒิกลับถูกนายแม็คโทรศัพท์มาข่มขู่ฆ่า โดยอ้างว่าเข้ามาร่วมยุ่งเรื่องครอบครัว ต่อมาในเช้าวันที่ 12 มีนาคม ชายที่อ้างตัวว่าชื่อ "บังมัด" น้าของนายแม็ค ได้โทรมาข่มขู่อีกว่า หากไม่ส่งตัวนางกระต่ายคืน จะพาพวก 10 คนมาจัดการ พร้อมข่มขู่ว่าตนเองอาชีพขายโรตีอยู่ในพื้นที่มี "ดาบตำรวจเกษียณราชการ" คอยคุ้มครองอยู่ จึงไม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่งผลให้นางกระต่ายเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก ต้องหลบหนีไปอาศัยอยู่กับพี่สาวที่ จ.ชลบุรี

กระทั่งวันที่ 12 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 19.19 น. นายแม็คได้พาพวกเข้ามาเอาเรื่อง โดยขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าห้องเช่าเลขที่ 108 ม.2 ต.สามควายเผือก อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมกับชายไทย ทราบชื่อภายหลังคือ นายพีรทัต และยังมีกลุ่มชายไทยอีกประมาณ 3–5 คน นั่งรถยนต์เก๋งสีเขียวตามมาดักรอบริเวณปากซอย จากนั้นนายแม็คและนายพีรทัตได้เข้ามาก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายสราวุฒิอย่างอุกอาจ โดยมีชายไทยอีกคนช่วยจับล็อคตัวไว้ ระหว่างเกิดเหตุชุลมุน นายพีรทัตได้ชักมีดพกออกมาพยายามจะแทงนายสราวุฒิ แต่เกิดพลาด คมมีดบาดมือตัวเอง ส่วนสันมีดกระแทกเข้าที่ชายโครงขวาของนายสราวุฒิ จากนั้นนายพีรทัตยังได้ต่อยเข้าที่กกหูซ้ายและเตะซ้ำเข้าที่ร่างกายหลายแห่ง จนกระทั่งภรรยาของนายสราวุฒิเห็นเหตุการณ์จึงรีบเข้ามาช่วยผลักกลุ่มผู้ก่อเหตุ ออกไป ขณะเดียวกันกลุ่มวัยรุ่นในรถเก๋งเห็นเลือดที่มือของเพื่อนจึงเกิดความกลัว ถอยรถหนีพร้อมตะโกนฝากไว้ว่า "มึงทำพี่กู เดี๋ยวกูจะกลับมาใหม่" ก่อนที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ นายสราวุฒิได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับ พงส.สภ.สามควายเผือก พร้อมนำหลักฐานมอบให้เจ้าหน้าที่ ทั้งใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลนครปฐมที่ระบุบาดแผลตามร่างกาย ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดขณะกลุ่มผู้ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าห้องพัก รวมถึงชื่อและรูปถ่ายของผู้ก่อเหตุทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเวลาผ่านไปนานกว่า 3 เดือนแล้ว คดียังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาหรือจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้แม้แต่รายเดียว สร้างความกังวลใจและตั้งคำถามให้กับครอบครัวผู้เสียหายเป็นอย่างมากว่า เหตุใดคดีอุกอาจที่ต่างด้าวจ้างวานคนไทยมารุมทำร้ายคนไทยด้วยกันถึงล่าช้า หรือต้องรอให้เกิดความสูญเสียถึงชีวิตก่อน จึงจะได้รับความยุติธรรม ด้วยความหวาดกลัวเรื่องอิทธิพลท้องถิ่นและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นายสราวุฒิและครอบครัวจึงเตรียมนำหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องเรียนต่อ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอให้เร่งรัดติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ