จากกรณีที่มีกลุ่มชายหญิงที่อ้างเป็นพลเมืองดี นำผู้ที่เสพยาและมียาบ้ามาส่งที่สถานีตำรวจ ก่อนพบว่าตำรวจนอนหลับทั้งโรงพัก และเมื่อเข้าไปปลุกกลับถูกเจ้าหน้าที่ต่อว่าและโวยวายใส่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 05.00 น. จนเกิดเป็นกระแสวิพากย์วิจารณ์อย่างหนักก่อนหน้านี้
ล่าสุด วานนี้ (5 ก.ย. 69) พ.ต.อ ดุษฎี หิรัญรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้นำภาพคลิปวงจรปิดของโรงพักที่อยู่ภายในจุดบริการประชาชน หรือห้อง Stop Service และบริเวณหน้าโรงพัก ที่มีการโพสต์คลิปที่กลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นพลเมืองดี กล่าวหาว่า ตำรวจมาชี้หน้าโวยวายและต่อว่า ทั้งที่เป็นพลเมืองดี นำคนเสพยาเสพติด ไปส่งให้ตำรวจมาเปิดเผย
ผกก.สภ.ลาดหลุมแก้ว กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ได้มีการสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริเวณ สภ.ลาดหลุมแก้ว เมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 ช่วงเวลาประมาณ 05.29 น. มีกลุ่มชายหญิงได้ขับรถยนต์เก๋ง 1 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน เปิดไฟฉุกเฉินมาตามคลิปที่เห็น หลังจากนั้นก็มีผู้ที่ขับขี่ลงมา พร้อมกับมีหญิงสาวถูกนำตัวมาด้วยและมีชายอีกคนที่แต่งตัวใส่เสื้อกั๊ก ลักษณะคล้ายตำรวจ ก็เดินขึ้นมาบนสถานีตำรวจ หลังจากนั้นก็ได้เดินเข้ามาบริเวณห้องโถงแล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้ามาในห้อง One Stop Service ซึ่งเป็นห้องที่ไว้รับแจ้งความและบริการประชาชน เมื่อเข้ามาถึงบริเวณตรงที่โต๊ะประจำวัน เจ้าหน้าที่ก็นอนพักอยู่ เนื่องจากว่าอาจจะเกิดจากอาการเมื่อยล้า เพราะว่าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 08.00 น. ของอีกวันหนึ่ง

จากนั้นชายทั้งสองคนที่มาก็เดินมาดูเจ้าหน้าที่เวรประจำวัน จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่สิบเวร ที่อยู่นอกห้องได้ตะโกนบอกเจ้าหน้าที่เวรประจำวันว่า มีประชาชนมาติดต่อ โดยเมื่อชายทั้งสองได้ยินเสียง เขาก็เลยไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่สิบเวร หลังจากนั้นชายทั้งสองก็เดินกลับมาอยู่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์ ซึ่งในห้องนี้จะมีห้องของร้อยเวร ซึ่งขณะนั้นผู้ที่เข้าเวรพนักงานสอบสวน นั่งพักในลักษณะนั่งเอนตัวบนเก้าอี้ กำลังดูโทรศัพท์ แต่ว่าหันหลังเก้าอี้เข้าหาประตู ต่อจากนั้นชายที่สวมเสื้อขาวได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เวรประจำวัน จากนั้นทางสารวัตรเวรพนักงานสอบสวน ก็ได้มีการทักทายกับชายคนดังกล่าว ใช้เวลาไม่นานชายคนดังกล่าวก็ไปพบร้อยเวร จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ประจำวันก็ลุกเดินไปห้องน้ำ
พนักงานสอบสวนก็ถามในเรื่องของการมาติดต่อราชการว่ามาติดต่อราชการในเรื่องใด ชายเสื้อขาวได้แจ้งว่า ต้องการที่จะให้ตรวจ ทะเบียนราษฎร์ถึงที่อยู่ของหญิงคนดังกล่าวที่เขาพามา เพื่อต้องการที่จะนำพาหญิงคนดังกล่าวนั้นไปส่งบ้าน โดยให้ร้อยเวรทำการตรวจสอบบัตรประชาชน เพื่อที่จะให้ทราบถึงที่อยู่ เพราะว่าหญิงดังกล่าวไม่ได้พกบัตรประชาชน แต่เมื่อร้อยเวรซักถามว่า ชายที่สวมเสื้อขาวมีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้หญิงคนดังกล่าวที่นำมา เขาก็แจ้งว่าเขาเป็นพ่อค้า แล้วก็สอบถามชายคนที่สวมเสื้อกั๊ก ว่าเกี่ยวข้องอะไรชายคนนี้ก็แจ้งว่าเป็นชุดสืบ และเขายังเล่าว่า หญิงดังกล่าวนั้น ถูกจับกุมพร้อมกับพวกที่วัดในเขต อ.เมือง แต่ว่าถูกปล่อยตัวมา เนื่องจากว่าไม่เจอของกลาง มีเพียงแต่ ความผิดฐานเสพ ร้อยเวรก็ยังทักท้วงว่า จะพูดแบบนั้นไม่ได้ ถ้าพูดแบบนั้น จะทำให้ตำรวจ สภ.เมือง เสียหาย
จากนั้นร้อยเวรก็ได้ตัดสินใจทำการตรวจสอบโดยการขอเลข 13 หลักจากหญิงดังกล่าว แล้วก็เข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่าเขามีที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง ก็เลยแนะนำชายทั้งสองว่า ถ้าหากรู้จักสถานที่ หรือต้องการจะนำหญิงดังกล่าวไปส่งยังภูมิลำเนา ก็ควรที่จะนำไปให้ตำรวจ สภ.เมือง เพื่อนำส่งกลับภูมิลำเนา พร้อมกันนี้ ร้อยเวรตรวจสอบประวัติก็พบว่าหญิงคนดังกล่าวไม่มีความผิดใดๆ ทำให้ชายเสื้อขาวพอได้ยินก็เดินออกไปจากห้อง ก่อนไปตามผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อสีแดงกลับเข้ามา
ทางร้อยเวรก็แจ้งให้ทราบว่า หญิงที่พามาไม่ได้มีที่อยู่ในอำเภอลาดหลุมแก้ว และในตอนนี้หญิงที่ถูกนำมาก็เริ่มทักท้วงว่าเขาไม่ได้มีความผิดอะไร แล้วก็ตำรวจที่ สภ.เมือง ก็ปล่อยตัวแล้ว เขาอยากกลับบ้าน โดยเขามีอากัปกิริยาที่ไม่อยากไปกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว โดยบรรยากาศขณะนั้นก็แสดงถึงลักษณะความไม่พอใจของกลุ่มบุคคลที่พามา
ทางร้อยเวรอธิบายให้ฟังอีกว่า ถ้าต้องการจะส่งเขากลับบ้านจริง ๆ ก็ควรจะเอาไปส่งที่ สภ.เมือง แล้วก็ให้ตำรวจ สภ.เมืองเอาไปส่งกลับบ้าน ซึ่งช่วงนี้หญิงดังกล่าวก็บอกว่า ต้องปล่อยหนู ต้องปล่อยหนู ตำรวจเขาปล่อยหนูแล้ว ต้องปล่อยหนู แล้วจะมีช่วงจังหวะที่เขาพยายามจะหนีออกไป
จากนั้นหญิงเสื้อแดงก็รีบปรี่ตามไปด้วยความโมโห แล้วก็เข้าไปผลักทำร้ายร่างกายหญิงคนดังกล่าว แล้วก็ต่อว่าด้วยถ้อยคำที่เสียหาย ก่อนที่ชายคนที่สวมเสื้อกั๊กลักษณะคล้ายตำรวจ ก็เข้ามาห้ามหญิงเสื้อแดงแล้วก็เดินออกไปจากโรงพัก ต่อจากนั้นหญิงคนที่ถูกผลักก็เข้าไปร้องกับสิบเวร ซึ่งอยู่ในห้องไกล่เกลี่ย ว่าเขาถูกทำร้ายแล้วเขาก็พยายามที่จะหาจังหวะหลบหนี ซึ่งในคลิปจะเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมด

จากนั้นกลุ่มที่อ้างเป็นพลเมืองดี ก็พากันเดินออกจากห้องไป ทุกคนสังเกตเห็นได้ว่า จะไม่มีในลักษณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาต่อว่า หรือมาขับไล่ กลุ่มบุคคลเหล่านี้ให้ออกจากโรงพักไป โดยจะเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่และการทำหน้าที่ของร้อยเวรและตำรวจนั้น ได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วน
หลังจากที่หญิงที่ถูกพาตัวมาได้ออกจากห้องนี้แล้วก็ลงจากโรงพักไปนั้น ทางสิบเวร ด้วยความห่วงใยประชาชน ก็ได้มาเปิดหน้าต่างแล้วก็ตะโกนหาหญิงคนดังกล่าว ว่า น้องผู้หญิงไปไหน น้องผู้หญิงไปไหน จากนั้นสิบเวรก็เดินไปที่หน้าโรงพัก แล้วก็ตะโกนถามว่าน้องผู้หญิงไปไหน น้องเขาอยู่ที่ไหน ต้องปล่อยตัวเขา อย่าทำร้ายร่างกายเขา เพราะว่า ถ้าไม่มีอำนาจในการจับกุม ไม่มีอำนาจในการควบคุมอาจจะเข้าข่ายผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวได้ จึงทำให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ เกิดอาการไม่พอใจ ก็เลยทำการบันทึกคลิปวิดีโอ เมื่อสิบเวรเห็นก็ได้ ตะโกนเสียงดังห้ามและเตือนข้อกฎหมาย ตามที่ปรากฏตามคลิป จากนั้นสิบเวรก็เดินกลับเข้าไปโรงพัก
แต่กรณีที่มีข่าวลงตามโซเชียลและสื่อต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏตามคลิป ก็อยู่ในจุดและตำแหน่ง ที่ทำหน้าที่เมื่อมีประชาชนขึ้นมายังสถานีก็สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ ในส่วนของภาพที่ปรากฏ มีตำรวจที่นอนหรือไม่แต่งเครื่องแบบหรือใส่ครึ่งท่อนตรงนี้ก็อยู่ในขณะของการกระทำที่ผิดระเบียบ ซึ่งถือว่าไม่ปฏิบัติตามแบบแผนกับตำรวจ ซึ่งกำลังมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะพิจารณาทางวินัยต่อไป
ขอบคุณคลิปจาก ครอบครัวข่าวภูธร