เตือนภัย! มิจฉาชีพนำภาพสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ มาสวมรอยหลอกขาย อ้างมีของจริง เร่งให้โอนมัดจำ ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายรวม 1.2 ล้านบาท
เตือนภัย! มิจฉาชีพนำภาพสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ มาสวมรอยหลอกขาย อ้างมีของจริง เร่งให้โอนมัดจำ ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายรวม 1.2 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

เตือนภัย! มิจฉาชีพนำภาพสินค้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ มาสวมรอยหลอกขาย อ้างมีของจริง เร่งให้โอนมัดจำ ก่อนเชิดเงินหนี เสียหายรวม 1.2 ล้านบาท

ฟังข่าวนี้

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และพ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นางสาวนภาพร หรือ แฟร์ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช  ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงและ ยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเองเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 428/2569 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

พฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงประมาณเดือนมีนาคม 2568 กลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์นำรถยนต์ที่พบเห็นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ มาสวมรอยใช้เป็นข้อมูลประกอบการหลอกขายให้แก่ประชาชน โดยนำภาพถ่ายรถยนต์ รายละเอียดรุ่นรถและข้อมูลการขายจากประกาศที่มีอยู่จริงมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนนำไปเผยแพร่หรือเสนอขายต่อในช่องทางออนไลน์ของตนเอง เมื่อมีผู้สนใจติดต่อสอบถาม มิจฉาชีพจะพูดคุยในลักษณะของผู้ขายรถยนต์ทั่วไป แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ ราคาและเงื่อนไขการซื้อขายเพื่อให้ผู้เสียหายเกิดความสนใจและเชื่อว่ามีรถยนต์อยู่จริง

จากนั้นจึงอาจอ้างว่ามีผู้สนใจหลายราย รถมีราคาพิเศษ หรือจำเป็นต้องโอนเงินมัดจำเพื่อจองรถและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นซื้อไปก่อน  ด้วยความเชื่อว่ากำลังจะได้ซื้อรถยนต์ในราคาที่ตกลงกัน ผู้เสียหายจึงตัดสินใจโอนเงินมัดจำให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพตามบัญชีที่แจ้ง โดยไม่ได้รับรถยนต์ตามที่ตกลงไว้ เมื่อถึงกำหนดนัดหมายส่งมอบรถ มิจฉาชีพกลับไม่สามารถนำรถยนต์มาส่งมอบได้ เมื่อผู้เสียหายตรวจสอบข้อมูลการซื้อขายหรือพยายามติดต่อผู้ขาย จึงพบความผิดปกติและไม่สามารถติดต่อได้ตามปกติ ทำให้ทราบว่าตนเองอาจถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย  

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์นำข้อมูลรถยนต์จากแพลตฟอร์มออนไลน์มาใช้หลอกขายประชาชน โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของภาพรถและรายละเอียดการขายเป็นเครื่องมือในการหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินมัดจำ ส่งผลให้มีผู้เสียหายหลายรายและมียอดความเสียหายรวมประมาณ 1,200,000 บาท  

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านางสาวนภาพรหรือแฟร์ ผลาสิงห์ อายุ 29 ปี นั้นหลบหนีอยู่ทางภาคใต้และกำลังเดินทางมายังจังหวัดราชบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่  ต่อมาตามวันเวลาที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนางสาวนภาพรฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป  

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงประมาณต้นปี 2568 ได้มีเพื่อนของแฟน ค่อนข้างสนิทกันมากได้มานั่งคุยนั่งเล่นที่บ้านประจำ ต่อมาเพื่อนของแฟนได้ขอยืมบัญชีธนาคารของแฟนกับของตนเพื่อรับโอนเงิน ตนไม่ทราบว่าเพื่อนของแฟนนำบัญชีไปรับโอนเงินอะไร จนมาทราบภายหลังว่าได้นำบัญชีของตนไปรับโอนเงินที่กระทำผิดกฎหมาย แล้ววันนี้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ตนมีนัดขึ้นศาลราชบุรี ศาลนัดสืบพยานนัดสุดท้าย ส่วนแฟนของตนกับเพื่อนของเเฟน โดนจับและถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับบัญชีม้าเหมือนกัน ตอนนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำราชบุรีได้ปีกว่าๆ แล้ว ตอนนี้ตนไม่ทราบว่าจะมีคดีอะไรอีกหรือไม่ เบื้องต้นขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา  

ทั้งนี้ เตือนภัยมิจฉาชีพไม่ได้หลอกขายเฉพาะรถยนต์เท่านั้น แต่ยังอาจนำสินค้าทั่วไปที่พบเห็นในแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง เฟอร์นิเจอร์ หรือสินค้าอื่นๆ มาสวมรอยใช้หลอกขายประชาชน โดยนำภาพถ่ายและรายละเอียดสินค้าที่มีอยู่จริงมาใช้สร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งที่ตนเองอาจไม่ได้มีสินค้าอยู่ในครอบครองจริง เมื่อมีผู้สนใจมิจฉาชีพจะพูดคุยในลักษณะของผู้ขายทั่วไป แจ้งราคาสินค้าและเงื่อนไขการซื้อขาย

ก่อนอ้างว่าต้องโอนเงินมัดจำเพื่อจองสินค้า หรือเร่งรัดให้โอนเงินเพราะมีผู้สนใจหลายราย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินแล้วกลับไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลง หรือไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ตามปกติ หากพบประกาศสินค้าที่น่าสงสัย หรือถูกหลอกให้โอนเงิน ควรเก็บหลักฐานการสนทนา ภาพประกาศ และข้อมูลการโอนเงินไว้ให้ครบถ้วน พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ