ด่วน! รวบเพิ่มอีก 1 คน คดีแอร์มีนา จับหนุ่มพะเยาคาหอพัก
ด่วน! รวบเพิ่มอีก 1 คน คดีแอร์มีนา จับหนุ่มพะเยาคาหอพัก
ข่าวอาชญากรรม

ด่วน! รวบเพิ่มอีก 1 คน คดีแอร์มีนา จับหนุ่มพะเยาคาหอพัก

ฟังข่าวนี้

วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ขยายผลการจับกุมเครือข่ายคดียาเสพติดข้ามชาติ หลังพบความเชื่อมโยงกรณีแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยล่าสุดสามารถเข้าจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมได้อีก 1 รายในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทยจำนวน 7 ชิ้น และผงสีขาวตกค้างที่สกัดได้จากซับในกระเป๋า บรรจุในถุงพลาสติกใส 2 ถุง น้ำหนักรวมถุงละประมาณ 0.4 กรัม ซึ่งผลตรวจเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน

การปฏิบัติครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมบูรณาการสืบสวนสอบสวน ซึ่งชุดจับกุมนำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด และ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ร่วมขยายผลเครือข่ายดังกล่าว

คดีนี้เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) ประสานข้อมูลมายังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) ตรวจพบและจับกุมนางสาวมีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินแห่งหนึ่ง ขณะเดินทางถึงสนามบินเมลเบิร์น พร้อมของกลางเฮโรอีนประมาณ 900 กรัม ซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ภายในซับในกระเป๋าผ้าลายช้างไทย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ไทยได้ทำการสืบสวนขยายผลจนพบความเชื่อมโยงของเครือข่าย และเข้าตรวจค้นห้องพักของนายนันทวัฒน์ อายุ 47 ปี ในพื้นที่ตำบลกะมัง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า

จากการสอบสวน นายนันทวัฒน์ให้การรับสารภาพว่า เคยได้รับฝากถุงดำซึ่งภายในบรรจุกระเป๋าผ้าลายช้างไทยที่ซุกซ่อนยาเสพติดจำนวน 6 ใบ จากนายอุทัย โดยภายหลังเมื่อทราบข่าวการจับกุมแอร์โฮสเตสสาวที่ประเทศออสเตรเลีย จึงเกิดความหวาดกลัวและติดต่อไปยังนายอุทัย ซึ่งได้รับคำสั่งให้จัดการตามความเหมาะสม ก่อนตัดสินใจกรีดทำลายกระเป๋าผ้าทั้งหมด เทผงเฮโรอีนทิ้งลงชักโครกภายในห้องพัก จากนั้นนำเศษกระเป๋าและชิ้นส่วนต่าง ๆ ใส่ถุงดำ แล้วขับรถนำไปทิ้งตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ภายหลัง พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดทิ้งหลักฐานบริเวณริมถนนหมายเลข 4040 ตำบลจำปา อำเภอท่าเรือ พบถุงดำที่ภายในยังมีเศษกระเป๋าผ้าลายช้างไทยหลงเหลืออยู่จริง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงทำการสกัดสารตกค้างและนำไปตรวจสอบ ก่อนยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ