เยอะมาก! ชายฮู้ดน้ำเงิน เปิดจำนวนเงินค่าจ้างที่ได้รับ แพ็คเฮโรอีนยัดกระเป๋าช้าง ส่งแอร์สาว
เยอะมาก! ชายฮู้ดน้ำเงิน เปิดจำนวนเงินค่าจ้างที่ได้รับ แพ็คเฮโรอีนยัดกระเป๋าช้าง ส่งแอร์สาว
ข่าวอาชญากรรม

เยอะมาก! ชายฮู้ดน้ำเงิน เปิดจำนวนเงินค่าจ้างที่ได้รับ แพ็คเฮโรอีนยัดกระเป๋าช้าง ส่งแอร์สาว

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรและตำรวจออสเตรเลียตรวจพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางของนางสาวมีนา แอร์โฮสเตสสาว และดำเนินการจับกุมเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งได้นำไปสู่การขยายผลสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดในประเทศไทย

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษยาเสพติดและชุดศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แกะรอยเครือข่ายผู้กระทำผิด

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ชุดเฉพาะกิจ ศอ.ปส.บช.น. พบผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มแขนยาวมีฮู้ด โดยสารมากับรถยนต์สีเข้ม ซึ่งนำพัสดุไปส่งที่คอนโดมิเนียมของแอร์โฮสเตสสาว เจ้าหน้าที่จึงติดตามรถยนต์คันดังกล่าวและสอบปากคำชายอายุ 59 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว ซึ่งให้การสอดคล้องกันว่ามีชายอีกคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มแขนยาวมีฮู้ดนั่งมาด้วย และเป็นผู้นำพัสดุลงไปส่ง

เจ้าหน้าที่มุ่งเป้าติดตามชายรายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จึงเปิดปฏิบัติการบูรณาการไล่ล่าร่วมหลายหน่วยงาน อาทิ ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น., บช.ปส., สืบสวน ภ.6 และ สส.ภ.จว.พิษณุโลก ลงพื้นที่ติดตามเส้นทางหลบหนี หลังได้รับข้อมูลข่าวสารว่านายอุทัยพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ กระทั่งสามารถติดตามพบตัวขณะเปิดห้องพักใกล้สถานีขนส่งพิษณุโลก จึงควบคุมตัวสอบปากคำเบื้องต้น โดยนายอุทัยได้ให้การถึงจุดเก็บยาเสพติดและจุดที่นำของกลางไปทำลายก่อนหลบหนี

ในวันนี้ (4 กรกฎาคม) เวลาประมาณ 15.30 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจค้นห้องพักในตำบลกะมัง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอีกหลายจุดที่นายอุทัยนำของกลางไปทำลาย ผลการตรวจค้นพบพยานหลักฐานสำคัญหลายรายการ รวมถึงสารเสพติดประเภทเฮโรอีน เจ้าหน้าที่จึงตรวจเก็บพยานวัตถุและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด ก่อนนำตัวนายอุทัยส่งพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) กล่าวว่า ปฏิบัติการไล่ล่าในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบด้านยาเสพติด ซึ่งประสานการทำงานกันอย่างรวดเร็ว จนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและแกะรอยเครือข่ายยาเสพติดได้ ถือเป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการที่สามารถทำลายขบวนการซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อเตรียมส่งออกไปยังประเทศที่สาม

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรองผู้อำนวยการ ศอ.ปส.บช.น. กล่าวเพิ่มเติมว่า นายอุทัยได้รับสารภาพว่าเป็นผู้ไปรับยาเสพติดที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ ก่อนนำมาใส่ในกระเป๋าลายช้างขนาด 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และขนาด 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ซึ่งภายในบรรจุยาเสพติด โดยได้รับค่าจ้าง 60,000 บาท จากนั้นได้นำยาเสพติดมาแพ็กตามคำสั่งที่ได้รับ โดยบรรจุลงในกล่องพัสดุจำนวน 2 กล่อง เพื่อรอนำไปส่งตามที่ผู้ว่าจ้างส่งที่อยู่มาให้

นายอุทัยยังให้การว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ได้เรียกรถยนต์โตโยต้า ยาริส ไปส่งพัสดุในพื้นที่ซอยเสือใหญ่และย่านบางนา กรุงเทพมหานคร โดยในวันดังกล่าวสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน สวมแว่นตา และสวมรองเท้าแตะกับถุงเท้าสีขาว เมื่อนำพัสดุไปวางเรียบร้อยแล้วจึงกลับขึ้นรถและเดินทางกลับหอพักในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะหลบหนีเมื่อทราบข่าวว่าแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย

ทั้งนี้ นโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จัดชุดปราบปรามยาเสพติดฝีมือดี นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (กำกับงานยาเสพติด) เปิดปฏิบัติการไล่ล่าเครือข่ายซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุและส่งออกไปยังต่างประเทศโดยทันที พร้อมขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยมีทีมนักสืบมือดีของ บช.น. และ บช.ปส. ปูพรมลงพื้นที่ติดตามจับกุมอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ