ไม่อ้อมค้อม! ครูเยาวชนวัย 11 ปี เปิดใจพูดตรงๆ น้องเป็นออทิสติกจริงไหม
ไม่อ้อมค้อม! ครูเยาวชนวัย 11 ปี เปิดใจพูดตรงๆ น้องเป็นออทิสติกจริงไหม
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่อ้อมค้อม! ครูเยาวชนวัย 11 ปี เปิดใจพูดตรงๆ น้องเป็นออทิสติกจริงไหม

ฟังข่าวนี้

จากกรณีเด็กอายุ 11 ปี ขับรถชนพระธุดงค์ที่ จ.มุกดาหาร จนทำให้พระสงฆ์มรณภาพและบาดเจ็บจำนวนมาก ล่าสุด สำนักข่าวดัง รายงานว่า ได้มีการเข้าไปสัมภาษณ์ นางดอกอ้อ รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก้ง 2 อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นอดีตครูประจำชั้นของเด็กชายอายุ 11 ปี โดยทันทีที่กล่าวถึงลูกศิษย์ ครูดอกอ้อถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะติดตามดูแลเด็กมาตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 4-5 ปี

ครูดอกอ้อ เปิดเผยว่า เด็กชายเข้ามาเรียนที่โรงเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล 2 และอยู่ในความดูแลของโรงเรียนเป็นเวลาเกือบ 2 ปี โดยพบว่าเป็นเด็กออทิสติกที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าเด็กทั่วไปอย่างชัดเจน ไม่สามารถเรียนรู้ผ่านการสอนตามปกติ ไม่พูด ไม่สบตา ไม่โต้ตอบ และแทบไม่รับรู้เวลาครูพูดด้วย

ตลอดเวลาที่เด็กอยู่โรงเรียน ครูทุกคนช่วยกันดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม้แต่การรับประทานอาหารหรือการขับถ่ายก็ยังต้องมีครูคอยดูแล เนื่องจากเด็กไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และมักถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระทันทีเมื่อปวด โดยไม่สามารถบอกหรือรอเข้าห้องน้ำได้

นอกจากนี้ เด็กยังมีพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง หากไม่มีคนดูแลก็จะวิ่งออกจากโรงเรียนหรือเดินออกไปตามถนน ทำให้ครูอนุบาลต้องผลัดกันเดินตามดูแลตลอดทั้งวัน กระทั่งเมื่อจบอนุบาล 3 โรงเรียนเห็นว่าเด็กควรได้รับการศึกษาที่เหมาะสมกับภาวะของตนเอง จึงแนะนำให้ครอบครัวพาไปเรียนที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ พร้อมขอให้แม่ลาออกจากงานกลับมาดูแลลูกอย่างใกล้ชิด

แม้เด็กจะเรียนรู้จากการสอนแทบไม่ได้เลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ เด็กให้ความสนใจกับโทรศัพท์มือถือเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเปิดดูคลิปและเพลงในโทรศัพท์ ซึ่งเป็นกิจกรรมเพียงไม่กี่อย่างที่ทำให้เด็กยอมนั่งนิ่งและตั้งใจดู ต่างจากเวลาครูพยายามสอนให้พูด อ่าน เขียน หรือทำกิจกรรมอื่น ที่เด็กแทบไม่ให้ความสนใจ

ครูดอกอ้อ พูดทั้งน้ำตาว่า ตลอดเวลาที่ดูแลเด็กมา ไม่เชื่อว่าคุณตา คุณยาย หรือแม่ จะเป็นผู้สอนให้เด็กขับรถ เพราะครอบครัวพยายามดูแลเด็กตามกำลังความสามารถมาตลอด แม้ฐานะจะยากจนและต้องดิ้นรนทำมาหากิน แต่ก็ไม่เคยทอดทิ้งลูกหลาน พร้อมยืนยันว่า ครอบครัวเองก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ