ความจริงเปิดเผยแล้ว! ชายฮู้ดน้ำเงิน สารภาพทุกอย่าง ฝากขอโทษแอร์ด้วย บอกรับของจากพะเยา ได้ค่าจ้าง 60,000 บาท ก่อนส่งให้แอร์สาว
ความจริงเปิดเผยแล้ว! ชายฮู้ดน้ำเงิน สารภาพทุกอย่าง ฝากขอโทษแอร์ด้วย บอกรับของจากพะเยา ได้ค่าจ้าง 60,000 บาท ก่อนส่งให้แอร์สาว
ข่าวอาชญากรรม

ความจริงเปิดเผยแล้ว! ชายฮู้ดน้ำเงิน สารภาพทุกอย่าง ฝากขอโทษแอร์ด้วย บอกรับของจากพะเยา ได้ค่าจ้าง 60,000 บาท ก่อนส่งให้แอร์สาว

ฟังข่าวนี้

วันที่ 4 ก.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นชายใส่เสื้อฮู้ดน้ำเงิน ที่นำพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีนไปส่งให้กับ มินา แอร์โฮสเตสสาว ลงจากรถ เพื่อยืนยันของกลางว่าเป็นของนายอุทัยหรือไม่

ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ใช้ FTIR (Fourier Transform Infrared Spectroscopy) หรือเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ในการตรวจวิเคราะห์ทางเคมีโดยใช้แสงอินฟราเรด เพื่อตรวจพิสูจน์ผงสีขาวที่ได้จากการเกลี่ยออกมาจากกองเศษผ้าลายช้าง โดยผลการตรวจยืนยันชัดว่า เป็นเฮโรอีน

ทำให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. ได้ซักถามนายอุทัยว่า กองเศษผ้าลายช้างเป็นสิ่งที่บรรจุนี้ใส่ยาเสพติดมาใช่หรือไม่ ซึ่งนายอุทัยพยักหน้าตอบรับว่า บรรจุยาเสพติดใส่มาในนั้นจริง

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้อธิบายลักษณะและผลการตรวจพิสูจน์ จากการนำตัวอย่างผงสีขาวบนกองเศษผ้าที่เป็นของกลางมาตรวจด้วยเครื่อง FTIR ผลออกมาว่าเป็นเฮโรอีน หลังจากนี้จะส่งห้อง lab ในการตรวจพิสูจน์โดยละเอียดต่อไป ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกปริมาณของเฮโรอีนที่พบดังกล่าวได้ ก่อนที่จะคุมตัวนายอุทัยขึ้นไปยังห้องพัก เพื่อตรวจค้นห้องพักซ้ำ

ด้าน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวในลักษณะจับกุมเร่งด่วน ก่อนดำเนินการขอหมายจับจากศาลย้อนหลัง โดยผู้ต้องหาเป็นชาวม้ง อยู่ที่ จ.น่าน มาเช่าพักอาศัยอยู่ในจุดที่เข้าตรวจค้นใน จ.พระนครศรีอยุธยา

จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. เดินทางไปรับกระเป๋าที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยรับกระเป๋าลายช้าง 4 ตัว จำนวน 12 ใบ และลายช้าง 2 ตัว จำนวน 6 ใบ ภายในบรรจุเฮโรอีนมาแล้ว ก่อนนำมาพักเก็บไว้ในห้องพัก ภายหลังทราบข่าวแอร์โฮสเตสถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย จึงนำเฮโรอีนที่เหลือทิ้งลงชักโครก และนำกระเป๋าบางส่วนไปทิ้งตามจุดต่างๆ เพื่อทำลายหลักฐาน ส่วนของกลางที่ตรวจพบในวันนี้เป็นวัสดุที่ถูกตีกลับมาจากซอยเสือใหญ่

จากการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยังพบคราบเฮโรอีนตกค้างภายในกระเป๋าที่ตรวจยึดได้ โดยผลตรวจมีค่าความเข้มข้นเกือบ 900 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน ยืนยันว่าเป็นคราบเฮโรอีนที่ยังหลงเหลืออยู่

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าทราบตั้งแต่ต้นว่าภายในกระเป๋าบรรจุเฮโรอีน โดยรับของมาจากคนที่ปกปิดใบหน้าที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ก่อนโดยสารรถทัวร์เข้ากรุงเทพฯ เก็บของไว้ที่ห้องพัก และนำไปส่งที่คอนโดย่านบางนา ได้รับค่าจ้างครั้งละ 60,000 บาท อ้างว่าทำมาแล้ว 3 ครั้ง

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ว่าจ้าง ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการติดต่อจากบุคคลชาวไทยผ่านกลุ่มไลน์ แต่จำชื่อจริงไม่ได้ โดยใช้ชื่อบัญชีในลักษณะชื่อโค้ด เช่น รินริน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบและขยายผลต่อไป

ส่วนการลำเลียงยาเสพติด ผู้ต้องหาระบุว่าไม่ได้เป็นผู้บรรจุเฮโรอีนลงในกระเป๋า แต่รับกระเป๋าที่แพ็กมาเรียบร้อยแล้ว ก่อนนำมาแพ็กใส่กล่องและจัดส่งเท่านั้น ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่าการส่งของทั้ง 3 ครั้ง ใช้คนขับรถรายเดียวกัน คือนายอติราช หรือเป้ อายุ 59 ปี โดยติดต่อผ่านหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ได้เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับนายอติราช ผู้ขับรถที่ใช้รับส่งพัสดุ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน หากพบผู้ใดมีส่วนร่วมก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

ในส่วนกรณีที่มีข้อสงสัยว่าชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในภาพวงจรปิดเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ ยืนยันว่า เป็นบุคคลเดียวกัน เนื่องจากผู้ต้องหารับสารภาพด้วยตนเองว่าเป็นบุคคลในภาพ พร้อมให้ข้อมูลว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุถูกนำไปทิ้งแล้ว แม้สีจะแตกต่างจากเสื้อที่สวมในวันที่ถูกจับกุม แต่เป็นเสื้อยี่ห้อเดียวกันที่เจ้าตัวนิยมสวมใส่และชื่นชอบยี่ห้อนี้

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า จากการเข้าตรวจค้น 2 จุด เจ้าหน้าที่พบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ทั้งเสื้อผ้าที่มีลักษณะคล้ายกับที่ปรากฏในภาพวงจรปิด รวมถึงกระเป๋าที่ใช้บรรจุยาเสพติดบางส่วน ขณะที่จุดทิ้งเสื้อผ้าตามเส้นทางหลบหนียังอยู่ระหว่างติดตามค้นหา

ส่วนสถานะของแอร์โฮสเตสผู้ถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เป็นอำนาจการสอบสวนของตำรวจออสเตรเลีย จึงไม่สามารถก้าวล่วงได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจไทยพร้อมประสานและส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมด หากทางการออสเตรเลียร้องขอเพิ่มเติม

ภายหลังเวลา 17.10 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอุทัยออกจากอพาร์ตเม้นต์ นักข่าวพยามสอบถามว่ามีอะไรอยากจะพูดหรือไม่หรืออยากจะขอโทษอะไรหรือไม่ นายอุทัย ระบุตลอดทางว่า ขอโทษแอร์ด้วยครับ ขอโทษที่ทำลงไป ขอโทษจริงๆ ครับ

สำหรับข้อกล่าวหาของผู้ต้องหารายนี้ อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดตามพฤติการณ์ของคดี โดยคาดว่าจะมีหลายข้อหา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการครอบครองและลำเลียงยาเสพติด รวมถึงการกระทำผิดอื่นที่ปรากฏจากพยานหลักฐาน ขณะที่การสอบสวนยังคงเดินหน้าขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งต้นทางและปลายทางต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ