กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร่วมกันจับกุม นายสุเมธฯ อายุ 29 ปี โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูล คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ตามหมายจับ 6 หมายจับ ดังนี้
1. หมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ที่ 412/2568 (สภ.บางมูลนาก) ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2568
2. หมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.95/2567 (สภ.ศรีบุญเรือง) ลงวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2567
3. หมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ 339/2567 (สภ.เมืองยะลา) ลงวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2567
4. หมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 57/2568 (สน.บางขุนเทียน) วันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2568
5. หมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 1108/2568 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2568
6. หมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ จ.657/2567 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2568
สถานที่จับกุม บริเวณบ้านเลขที่ 226/22 หมู่18 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อช่วงปี พ.ศ.2558 - 2562 นายสุเมธฯ เคยถูกดำเนินคดีและต้องโทษจำคุก ในความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติด ภายหลังพ้นโทษ เจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องตามแนวทางการเฝ้าระวังบุคคลที่เคยกระทำความผิด กระทั่งพบว่า นายสุเมธฯ ได้ผันตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดย นายสุเมธฯ เป็น บัญชีม้าแถวหน้า ให้กับขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ ที่ใช้วิธีหลอกลวงผ่านแอพพิเคชั่นที่เป็นที่นิยมของประชาชน แอบอ้างเป็นสถาบันการเงินชื่อดังหลายแห่ง เพื่อหลอกลวงประชาชน ที่กำลังเดือดร้อนต้องการกู้เงิน โดยคนร้ายจะอ้างว่าเหยื่อกรอกข้อมูลผิดพลาด ระบบ AI ล็อกบัญชีไว้ ต้องโอนเงินมาเพื่อ ปลดล็อก หรือ แก้รหัส OTP

โดยมีพฤติการณ์ที่น่าสนใจคือ วันเดียว หลอกลวงเหยื่อ 3 รายซ้อน โดยขบวนการนี้ จะกระหน่ำหลอกเหยื่ออย่างต่อเนื่อง พบหลักฐานว่า เพียงแค่วันที่ 23 กรกฎาคม 2566 วันเดียว มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีนายสุเมธฯ ถึง 3 รายซ้อน ได้แก่
รายที่ 1 (กทม.): ขอกู้ 1 แสนบาท ถูกหลอกให้โอนค่าเปิดระบบ สูญเงิน 47,890 บาท
รายที่ 2 (จ.ชลบุรี): ขอกู้ 5 หมื่นบาท ถูกหลอกโอนค่าปลดล็อกระบบ สูญเงิน 18,753 บาท
รายที่ 3 (จ.สงขลา): ถูกหลอกโอนค่าแก้รหัส OTP สูญเงินไปกว่า 102,908 บาท
รวมมูลค่าความเสียหายที่ตรวจพบในวันเดียวเกือบ 200,000 บาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และวางแผนติดตามตัวนายสุเมธฯ เพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมพบว่า นายสุเมธ ฯ ถูกศาลออกหมายจับในคดีที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 6 หมายจับ ได้แก่ ศาลจังหวัดพิจิตร,ศาลจังหวัดหนองบัวลำภู,ศาลจังหวัดยะลา,ศาลอาญาธนบุรี และศาลจังหวัดกาญจนบุรี จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 เวลา 11.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สามารถติดตามจับกุมตัวได้ บริเวณบ้านเลขที่ 226/22 หมู่18 ตำบลขามใหญ่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี นายสุเมธ ฯ รับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อน จึงได้ควบคุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางมูลนาก จว.พิจิตร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหา นายสุเมธฯ ให้การอ้างว่า ตนเคยเป็นพนักงานส่งพัสดุ และเผลอไปกดลิงก์ปลอมที่ส่งมาให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยมีคนโทรมาให้โหลดแอปฯ และให้ตน สแกนใบหน้า เพื่อยืนยันตัวตน ตนทำไปโดยไม่รู้เรื่องจนกระทั่งมาถูกจับกุม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางมูลนาก จว.พิจิตร เพื่อดำเนินคดีและประสานอายัดตัวตามหมายจับที่เหลืออย่างเด็ดขาดต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน