วันที่ 17 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน., พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.เจษฎา ชุมพล ผกก.4 บก.รน., พ.ต.ท.อนิรุทธิ์ สอรักษา รอง ผกก.4 บก.รน. สั่งการให้ ชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.รน.1 กก.4 บก.รน.(ตำรวจน้ำบางไทร) พ.ต.ท.เอกพันธ์ ช่วยเหมาะขนาด สว.ส.รน.1 กก.4 บก.รน., ร.ต.ต.บำเหน็จ สีลาแยง รอง สว.(ป.ทางน้ำ) ส.รน.1 กก.4 บก.รน., ส.ต.อ.ไทยปัน ปานสอน, ส.ต.อ.จรูญ ทันธิมา, ส.ต.ต.จตุพนธิ์ ทองลาย, ส.ต.ต.ธนวัฒน์ แก่นท้าว, ส.ต.ต.ณัฐพงศ์ สียางนอก, ส.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ลินลา ผบ.หมู่ ส.รน.1 กก.4 บก.รน.

ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.25/2568 ลงวันที่ 20 มกราคม 2568 ในข้อหา หลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฉ้อโกงผู้อื่น โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก นางสาวกาญจนาฯ ผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้กู้ยืมเงินผ่านระบบออนไลน์เป็นจำนวน 1,000,000 บาท กำหนดผ่อนชำระ 36 งวด โดยผู้ก่อเหตุอ้างว่าผู้ขอกู้จะต้องโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทผู้ให้กู้ผ่านระบบพร้อมเพย์ก่อน คิดเป็น 12 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินกู้ หรือจำนวน 120,000 บาท เพื่อใช้เป็นหลักประกันสร้างเครดิตและยืนยันศักยภาพในการผ่อนชำระหนี้

ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินจำนวน 120,000 บาท ไปยังบัญชีธนาคารที่ปรากฏชื่อเป็นของผู้ต้องหา ก่อนที่กลุ่มมิจฉาชีพจะส่งรหัส OTP ผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์มาให้กรอกเพื่อดำเนินการถอนเงินกู้ แต่ท้ายที่สุดไม่สามารถถอนเงินได้ กระทั่งทราบภายหลังว่าถูกหลอกลวง จึงรีบติดต่อธนาคารเพื่อขออายัดบัญชีดังกล่าว พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้รับคำสั่งให้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ กระทั่งสืบทราบว่า นายเอ หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. พบชายไทยมีลักษณะรูปพรรณตรงตามหมายจับยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับและสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งชายคนดังกล่าวยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบ ก่อนควบคุมตัวมายังสถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สิรินธร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายเอ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าเมื่อหลายปีก่อนตนได้หางานผ่านเฟซบุ๊ก และพบโพสต์ในกลุ่มซื้อขายหรือเช่าบัญชีธนาคาร จึงติดต่อไปยังบุคคลที่ประกาศรับซื้อบัญชี โดยตกลงว่าจะเปิดบัญชีธนาคารใหม่แลกกับค่าตอบแทนจำนวน 600 บาท

นายเอ ระบุว่า หลังจากนั้นมิจฉาชีพได้แนะนำขั้นตอนการเปิดบัญชี พร้อมขอข้อมูลส่วนตัว ภาพถ่ายใบหน้า และวิดีโอใบหน้าเพื่อนำไปใช้ยืนยันตัวตน เมื่อเปิดบัญชีเสร็จแล้ว ยังถูกขอให้เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีธนาคารเป็นหมายเลขของมิจฉาชีพ เพื่อให้สามารถเข้าถึงบัญชีได้
อย่างไรก็ตาม ภายหลังส่งมอบบัญชีให้แล้ว กลับไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลงไว้ อีกทั้งยังถูกบล็อกการติดต่อ จึงเชื่อว่าตนเองถูกหลอก แต่ในขณะนั้นคิดว่าไม่น่าจะเกิดผลกระทบใดกับตนเอง จึงไม่ได้เข้าแจ้งความหรือบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเวลาผ่านไปราว 2 ปี นายเอ ได้รับหมายเรียกจากศาลจังหวัดอุบลราชธานีในคดีดังกล่าว ทำให้เชื่อว่าปัญหาน่าจะเกิดจากการนำบัญชีธนาคารไปขายให้กับมิจฉาชีพ จึงรีบเดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่ สน.หนองจอก ไว้เป็นหลักฐาน แต่เนื่องจากเกิดความหวาดกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี จึงไม่ได้เข้าพบตามหมายศาล และหลบหนีมาโดยตลอด จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป