เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง โฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และรองเลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีหญิงไทยถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นจับกุมพร้อมยาเสพติดประเภทไอซ์ ขณะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น
จากการสอบปากคำ นายศราวุธ แฟนหนุ่มของ นางสาวจุฑาทิพย์ ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว นายศราวุธให้การว่า ตนและนางสาวจุฑาทิพย์ประกอบอาชีพรับซื้อธนบัตรและเหรียญเก่า รวมถึงรับจ้างหิ้วสินค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมาประมาณ 2 ปี โดยรับงานผ่านกลุ่ม Facebook รับหิ้วสินค้า และ LINE Official ที่มีชื่อว่า “Thienthienshop”
ในวันเกิดเหตุ ทั้งสองพร้อมเพื่อนได้เดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำสินค้าที่รับหิ้วไปส่งให้ผู้ว่าจ้าง แต่เมื่อนางสาวจุฑาทิพย์ผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรญี่ปุ่น ได้ถูกควบคุมตัวไว้ ส่วนนายศราวุธและเพื่อนร่วมเดินทางถูกตรวจค้นสัมภาระ แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้รับการปล่อยตัว ก่อนจะทราบภายหลังจากการประสานงานของกรมการกงสุลว่า นางสาวจุฑาทิพย์ถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบประวัติการสนทนาใน LINE Official พบข้อมูลว่า พัสดุที่เป็นประเด็นในคดีได้รับการว่าจ้างจากบัญชี LINE ที่ใช้ชื่อว่า “Ing Ing” ซึ่งนายศราวุธให้การว่า เคยว่าจ้างให้รับหิ้วสินค้ามาแล้วรวมทั้งหมดจำนวน 2 ครั้ง
โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวว่า ข้อมูลจากการสอบปากคำครั้งนี้เป็นเพียงคำให้การในชั้นสืบสวนสอบสวน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะนำไปประกอบการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลติดตามตัวผู้ว่าจ้าง ผู้ร่วมกระทำความผิด และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอเตือนประชาชนที่รับจ้างหิ้วสินค้า หรือรับฝากสัมภาระไปต่างประเทศ ให้ตรวจสอบที่มาของสิ่งของทุกชิ้นอย่างละเอียด และหลีกเลี่ยงการรับฝากสิ่งของจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้ เนื่องจากอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และต้องรับผิดตามกฎหมายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แม้จะอ้างว่าไม่ทราบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดก็ตาม
